เสียนเยว่รู้ว่าอวิ๋นซูกำลังแสดง ร้องไห้จอมปลอม แต่พอได้ยินเสียงสะอื้นของเธอ เขาก็อดสงสารไม่ได้ จึงลูบปลอบแผ่นหลังของเธอ
“ไม่ต้องกลัวนะ มีพี่อยู่ ไม่มีใครบังคับเธอได้หรอก”
ขณะเดียวกัน เขาก็ครุ่นคิดอยู่ในใจว่า ดันเจี้ยนนี้ชื่อ 《หนีออกจากเขาหลงหู่》 หรือจะต้องช่วยอวิ๋นซูหนีออกจากเขาหลงหู่กันนะ?
อวิ๋นซูซุกอยู่ในอ้อมแขนเขา ร้องไห้อยู่พักใหญ่กว่าจะเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ก่อนเอ่ยว่า “พี่เสียนเยว่ เมื่อเทียบกับการถูกเขาบังคับแล้ว ฉันอยากเข้าหอคืนดีกับพี่มากกว่า”
“เรามาทำกันเถอะ”
เสียนเยว่ถึงกับอึ้ง คำพูดตรงไปตรงมาของอวิ๋นซูทำให้เขาคอแห้งผาก
“อวิ๋นซู…”
เพิ่งเอ่ยได้สองคำ น้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาของหญิงสาวก็ไหลรินลงมา “พี่ไม่เต็มใจ เพราะรังเกียจที่ฉันแต่งงานกับพี่ชายพี่เหรอ? พี่รังเกียจว่าฉันสกปรก ไม่อยากแตะต้องฉัน ไม่อยากทำกับฉัน…”
เสียนเยว่รีบส่ายหน้า “พี่ไม่ได้รังเกียจเธอ”
อวิ๋นซูเงยหน้าขึ้น รอยน้ำตาที่หางตายังไม่แห้งสนิท “ถ้าอย่างนั้นก็จูบฉันสิ พี่จูบฉัน ฉันถึงจะเชื่อว่าพี่ไม่ได้รังเกียจฉัน”
เธอแต่งหน้าไว้ ริมฝีปากแต้มชาดแดงระเรื่อ เปล่งประกายฉ่ำวาวราวกับกุหลาบยามเช้าที่มีหยดน้ำค้างเกาะพราว งดงามสดชื่นจนชวนให้ใจสั่น
เสียนเยว่กลืนน้ำลายอย่างช่วยไม่ได้
เขาเอื้อมมือโอบเอวอวิ๋นซูไว้ ก่อนก้มลงจูบเธอ รั้งปลายลิ้นของเธอไว้แล้วดูดดื่มแผ่วเบา
เนิ่นนานกว่าจะผละออกจากกัน เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า “ตอนนี้เชื่อหรือยัง?”
บางทีเรื่องที่เธอ “แต่งงานกับคนอื่น” อาจกระตุ้นเขาเข้า เสียนเยว่จึงจูบเธออย่างเร่าร้อนกว่าปกติ
