“กริ๊ง—”
เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านสัตว์เลี้ยงดังขึ้น เจียงฉือไป๋ผลักประตูเดินเข้ามา
เวินเหอทักทายเขา “ยินดีต้อนรับครับ เชิญเลือกชมสัตว์เลี้ยงในร้านได้เลย ถ้าถูกใจตัวไหน ผมจะแนะนำให้ครับ”
เจียงฉือไป๋พยักหน้าเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไร
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาดำสนิทจับจ้องลูกแมวตัวหนึ่งบนชั้นวาง
เป็นลูกแมวตัวที่เขาเห็นอยู่หน้าร้านเมื่อครู่ ทั้งสวย กล้าหาญ และดูหยิ่งทะนงอยู่ในที
หญิงสาวผมสั้นคนหนึ่งมองมันด้วยดวงตาเป็นประกาย พลางส่งเสียงล่อลวงสารพัด ลูกแมวสามสีกลับไม่หวั่นไหว เดินไปเดินมาอยู่ตรงนั้น
ฝีเท้าของเจียงฉือไป๋ชะงักลง
จู่ ๆ เขาก็เริ่มเสียใจที่เดินเข้ามา ตั้งแต่เล็กจนโตไม่มีใครชอบเขา สัตว์ตัวเล็ก ๆ ก็ยิ่งไม่ชอบเขา
เดินเข้าร้านสัตว์เลี้ยงมาก็มีแต่จะขายหน้าตัวเอง
จะทำไปทำไมกัน
เขาอยากเดินออกไป แต่สองเท้ากลับเหมือนหยั่งรากอยู่กับที่ ขยับไม่ได้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นลูกแมวแสนสวยขนาดนี้ร้องเหมียวใส่เขาเอง เขาไม่อยากไป
แต่เขาควรไป
สีหน้าหม่นหมองหล่อเหลาของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง ก่อนจะทันได้คิดให้กระจ่าง ลูกแมวสามสีแสนสวยก็ขยับตัวอย่างคล่องแคล่ว กระโดดลงมาตามชั้นวางที่สูงต่ำสลับกัน ก่อนจะลงมายืนบนเคาน์เตอร์ แล้วค่อย ๆ เดินตรงมาหาเขาอย่างสง่างาม
“เหมียว—”
ลูกแมวที่มาหาเขา
ดวงตาของเจียงฉือไป๋พลันสว่างวาบ ใบหน้าซีดเซียวหม่นหมองดูมีชีวิตชีวาขึ้นชั่วขณะ
เขาทั้งตื่นเต้นทั้งรู้สึกเป็นเกียรติจนทำตัวไม่ถูก
อวิ๋นซูเดินต่ออีกสองสามก้าว มาหยุดข้างกายเขา แล้วเอาหัวกลม ๆ ถูแขนเขาเบา ๆ
เจียงฉือไป๋ประหม่าเสียจนพูดไม่ออก ร่างผอมบางเกร็งแข็งทื่อ จากนั้นจึงค่อย ๆ ยื่นมือไปลูบหัวลูกแมวอย่างลังเล
นุ่มฟู นิ่มนวล อบอุ่น ราวกับแสงตะวัน
มันนุ่มนวลเกินไป เจียงฉือไป๋ไม่กล้าออกแรง กลัวเพียงใช้แรงมากไปนิดเดียวจะทำให้ลูกแมวบาดเจ็บ จึงทำได้แค่ลูบเบา ๆ สัมผัสความอุ่นที่ส่งผ่านมายังฝ่ามือ
