พวกเขามาถึงบ้านพ่อแม่ของเสียนเยว่พอดีกับช่วงเที่ยง
อวิ๋นซูได้พบพ่อแม่ของเขาและพี่ชายอีกสองคน
พ่อของเขา ซู่เซิน เป็นมนุษย์สัตว์ที่อ่อนโยนและร่าเริง พี่ชายคนโตเงียบขรึม พี่ชายคนรองมีนิสัยร่าเริงซุกซน ส่วนแม่ของเขา...
อวิ๋นซูเบิกตากลมขึ้นเล็กน้อย “ท่า...ท่านผู้บัญชาการ?”
หญิงสาวผมสีเงินดวงตาสีฟ้าขยับมุมปากขึ้นน้อย ๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น ก่อนพยักหน้าให้เธอ “สวัสดี อวิ๋นซู”
เสียนเยว่ทอดสายตามองทั้งคู่ “รู้จักกันเหรอครับ?”
ซวงหลิงพยักหน้าเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้ออกไปปฏิบัติภารกิจ แล้วเจอกันบนถนน...”
อวิ๋นซูรีบพูดแทรก “บังเอิญเจอกันพอดี ตอนนั้นฉันยังคิดอยู่เลยว่าท่านผู้บัญชาการคนนี้ทั้งเท่ทั้งเก่ง แถมยังน่าประทับใจมาก ไม่นึกเลยว่าจะเป็นแม่ของคุณ ช่างมีวาสนาต่อกันจริง ๆ!”
ซวงหลิงชะงัก กลืนเรื่องมนุษย์สัตว์กิ้งก่าที่คลุ้มคลั่งลงคอไป อวิ๋นซูดูเหมือนไม่อยากให้เสียนเยว่รู้ว่าเธอเกือบตกอยู่ในอันตราย
เสียนเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางมองซวงหลิง เขารู้จักแม่ดี ตอนออกไปปฏิบัติภารกิจ แม่ไม่มีทางมีอารมณ์มาหยุดแวะอยู่บนถนน โอกาสที่ทั้งคู่จะบังเอิญพบกันจึงมีน้อยมาก
นอกจากจะมีเหตุจำเป็นบางอย่างที่ทำให้แม่ต้องหยุด
จากนั้นเขาก็หันไปมองอวิ๋นซู ดวงตาของหญิงสาวเป็นประกาย รอยยิ้มสดใส มองไม่ออกเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
คงไม่ได้เกิดเรื่องใหญ่สินะ
สีหน้าเคร่งขรึมของเสียนเยว่คลายลงเล็กน้อย มุมปากเผยรอยยิ้ม เขารับคำพูดของอวิ๋นซูต่อว่า “มีวาสนาต่อกันจริง ๆ ครับ”
