ร่างของฉินเยี่ยนจิงแข็งทื่อ ทว่าในจังหวะนั้นเอง อวิ๋นซูก็เหยียบลงไปอีกครั้ง
ลมหายใจของเขาเปลี่ยนไป แทบจะปรับท่าทางอย่างแนบเนียน ก่อนจะงอตัวลงเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น สบเข้ากับใบหน้าบึ้งตึงของอวิ๋นซู แล้วถามเสียงทุ้มว่า “เป็นอะไรไป?”
อวิ๋นซูไม่พอใจ “บอกให้คุณนวดให้ฉัน ทำไมต้องทำหน้าบึ้งด้วย คุณไม่เต็มใจหรือไง?”
ฉินเยี่ยนจิงนึกไม่ถึงว่าจะเป็นเหตุผลนี้ เขาผ่อนลมหายใจแล้วตอบว่า “...ไม่ได้ไม่เต็มใจ”
“จริงเหรอ?”
“อืม” ฉินเยี่ยนจิงขานรับ
อวิ๋นซูกล่าวอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก “ก็ได้ ฉันเชื่อคุณ”
อารมณ์ของหญิงสาวแปรเปลี่ยนรวดเร็ว ใบหน้าเล็ก ๆ ที่เมื่อครู่ยังบึ้งตึงพลันยิ้มแย้มขึ้นมา “ฉันรู้อยู่แล้วว่าสามีดีที่สุดเลย”
เธอวางเท้ากลับลงตรงตำแหน่งเดิม ไม่รู้ว่าเผลอหรือไม่ แต่กลับเหยียบพลาดไป
ฉินเยี่ยนจิงคว้าเท้าของอวิ๋นซูไว้แทบจะในทันที นิ้วมือร้อนผ่าวลูบคลึงฝ่าเท้าของเธออย่างแผ่วเบา ลมหายใจเริ่มไม่เป็นจังหวะ
อวิ๋นซูบอกว่าจั๊กจี้ พยายามดึงเท้ากลับแต่ดึงไม่ออก จึงใช้เท้าอีกข้างที่ว่างอยู่เหยียบต้นขาเขา “คุณทำอะไรน่ะ?”
ฉินเยี่ยนจิงหลับตาลง ความคิดยุ่งเหยิงไปหมด
เขาไม่คิดว่าตัวเองเป็นนักบุญ และก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นสัตว์เดรัจฉาน อวิ๋นซูแค่ไม่พอใจแล้วเหยียบเขาไปทีเดียว ไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่เขากลับเกิดความคิดเช่นนั้นขึ้นมา
หรือว่าเขาแก่แล้ว ความอดกลั้นถึงได้ถดถอย ไม่เหมือนเมื่อก่อน?
ผ่านไปเนิ่นนานกว่าความรู้สึกจะสงบลง ฉินเยี่ยนจิงคลายมือ เสียงแหบพร่าว่า “อย่าเหยียบมั่ว”
