โค่วอี้หร่านหาได้ใส่ใจว่าผู้อื่นจะพูดเช่นไร นางก้มหน้าลิ้มรสผลไม้เชื่อมที่ฝูหลิงตั้งใจนำมาให้อย่างเอร็ดอร่อย
ชิงหนิงเหลือบมองนาง ก่อนส่งสายตาให้สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างกาย
สาวใช้ได้รับคำสั่งแล้วก็เดินไปหาคุณหนูทั้งหลายท่ามกลางฝูงชน กระซิบกับพวกนางทีละคน
คุณหนูเหล่านั้นล้วงถุงเงินออกมาวางเดิมพันอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ
โค่วอี้หร่านเห็นดังนั้นก็แสร้งทำเป็นไม่เห็น ทว่าลอบจดจำใบหน้าของพวกนางไว้คร่าว ๆ ในใจ
สตรีที่นินทานางในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อครู่ นางจะจดลงสมุดเล่มน้อยให้ครบทุกคน
การแข่งขันรอบแรกสิ้นสุดลง ฝ่ายบุรุษเป็นไปตามคาด เหยียนเหวินเจาคว้าตำแหน่งผู้ชนะด้วยดอกไม้ประดับผมของวัง 231 ดอก
ส่วนฝ่ายสตรี ซิ่งอวิ๋นหนิงได้อันดับหนึ่งด้วยถุงหอม 170 ใบ
ยามขานจำนวน โค่วอี้หร่านรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าตนจะได้ถุงหอมถึง 89 ใบเช่นกัน
ยังดี อย่างน้อยก็ไม่ทำให้นางอับอายจนเกินไป
ยามนั้นไทเฮาบนที่นั่งประธานทอดพระเนตรฮั่วสวินซึ่งวางตนอยู่นอกวงมาโดยตลอด แล้วตรัสถามว่า “ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการเสด็จมาช้า หรือทรงลืมซื้อถุงหอมเสียแล้ว? หากท่านอ๋องประสงค์จะร่วม...”
ปลายนิ้วของเขาเคาะที่วางแขนเบา ๆ สีหน้ายังคงเย็นชาเช่นเคย “ไม่จำเป็น”
นั่งอยู่ตรงนั้นแต่ไม่เข้าร่วมเลยสักนิด หมายความว่าเขาไม่คิดเลือกพระชายาผู้สำเร็จราชการหรือ?
ความหวังที่เพิ่งผุดขึ้นในใจของคุณหนูทั้งหลายพลันเย็นวาบลง
เมื่อครู่ตอนแต่งกลอน พวกนางอุตส่าห์แสดงความสามารถกันอย่างเต็มที่ ก็เพื่อให้เขามองตนต่างออกไปมิใช่หรือ!
โค่วอี้หร่านลอบเหลือบมองฮั่วสวิน พลางคิดว่า ก็จริง หากเขาเผยท่าทีว่าต้องการเลือกพระชายา ครอบครัวของสตรีเหล่านั้นย่อมต้องเก็บตัวเลือกที่ดีไว้ให้เขา แล้วคุณชายจากตระกูลอื่นจะยังมีโอกาสเลือกสตรีได้อย่างไร งานชมบุปผาวันนี้คงกลายเป็นงานเลือกพระชายาของเขาแต่ผู้เดียวแล้วกระมัง
