ทว่ายังไม่จบเพียงเท่านั้น ฮั่วสวินพลันลุกขึ้น คว้ากระบี่ที่วางอยู่ข้างกายออกมาโดยไม่ใส่ใจ พลิกข้อมือแล้วแทงตรงเข้าหาอกเจิ้งชิงซาน
หากเผิงเยว่กับเฉียนเยี่ยนชิงตอบสนองได้ไว คนหนึ่งดึงคนหนึ่งจนพอหลบพ้น เกรงว่าเจิ้งชิงซานคงเลือดสาด ณ ที่นั้นแล้ว
เฉียนเยี่ยนชิงกอดเอวฮั่วสวินไว้แน่น พลางมองปลายกระบี่ที่ยังสั่นระริกด้วยใจหวาดหวั่น ใบหน้าซีดเผือดราวกระดาษทอง
เขาพุ่งเข้าไปกอดอีกฝ่าย จึงสัมผัสได้ถึงพละกำลังของฮั่วสวินโดยตรง ถึงได้เข้าใจว่าเมื่อครู่ อีกฝ่ายคิดสังหารขึ้นมาจริง ๆ!
“ท่านอ๋อง ชิงซานดื่มมากไป จึงพูดจาเหลวไหล มิได้เจตนาล่วงเกินไทเฮาและราชโองการ ขอท่านโปรดระงับโทสะ!”
ฮั่วสวินมีรูปร่างสูงโปร่ง ยามยืนนิ่งด้วยความสูงเกินเก้าฉื่อ ก็ประหนึ่งขุนเขาสูงตระหง่านที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเวลานี้ ใบหน้าเขาเย็นเยียบทั่วทั้งใบ รังสีสังหารแผ่ซ่านไปทั่วกาย ทำให้ผู้คนเข้าใจในทันทีว่า เขาอาจเป็นพี่น้องร่วมดื่มสุราพูดคุยกับพวกเขา หรือเป็นท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการที่กุมอำนาจเป็นตายของผู้คนทั่วหล้าไว้ในมือ!
เจิ้งชิงซานถูกบารมีของฮั่วสวินข่มขวัญจนสร่างเมาไปกว่าครึ่ง เขาเอนกายถอยหลังอย่างหมดอาลัยตายอยาก ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนผิดตรงไหน บนใบหน้ามีเพียงความสับสนและหวาดกลัว
ฮั่วสวินขว้างกระบี่ในมือออกไป คมกระบี่เฉียดแขนเจิ้งชิงซาน ก่อนปักลึกลงบนพื้นไม้
คมกระบี่กรีดเนื้อ เจิ้งชิงซานเจ็บจนส่งเสียงครางอู้อี้ เขากุมแขนที่เลือดไหลไม่หยุด ลุกขึ้นอย่างลนลานแล้วคุกเข่าลงกับพื้น
“ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิต!”
ดวงตาฮั่วสวินเย็นเยียบ น้ำเสียงแข็งกระด้างดุจเหล็กกล้า “เห็นแก่ความชอบทางทหารในอดีตของเจ้า เปิ่นหวังจะละเว้นเจ้าในครั้งนี้ หากวันหน้ากล้าพูดจาอวดดีอีก เปิ่นหวังจะเอาชีวิตเจ้า!”
