ชิงหนิงเพิ่งได้สติ นางกรีดร้องเสียงหลง พลางยื่นเล็บยาวออกมาข่วนใบหน้าโค่วอี้หร่าน
โค่วอี้หร่านมือหนึ่งคว้าผมของนางไว้ อีกมือคอยปัดป้องมือที่ข่วนตน ไม่นานก็เหนื่อยหอบจนแทบหมดแรง
นางเพิ่งแข่งตีคลีจบไปหนึ่งรอบ เรี่ยวแรงจึงถูกใช้ไปมาก ยามนี้เมื่อต้องลงไม้ลงมือกัน นอกจากช่วงแรกที่ได้เปรียบแล้ว ต่อมาก็ค่อย ๆ ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
เหรินตงกับสาวใช้ของชิงหนิงต่างตกใจจนหน้าซีด แต่ละคนรีบเข้าไปดึงแยกคนละฝ่าย พลางร้องเรียกเสียงดัง จนฝูคังและคนอื่น ๆ ซึ่งกำลังแข่งตีคลีอยู่ในสนามพลอยแตกตื่นไปด้วย
ฝูคังเห็นภาพตรงหน้า ก็ทิ้งไม้ตีคลีแล้ววิ่งเข้ามา
“พี่หญิง รีบปล่อยมือเถิด พวกท่านอย่าตีกันเลย!”
โค่วอี้หร่านถูกชิงหนิงล็อกมือทั้งสองข้างไว้ ยังอุตส่าห์หันไปถามฝูคังว่า “เจ้าหมายถึงพี่หญิงคนใด?”
ชิงหนิงถูกโค่วอี้หร่านล็อกขาจนขยับไม่ได้ นางเหลือบตามาด่า “เจ้าเป็นน้องสาวข้า มีพี่หญิงอยู่เพียงคนเดียว นางนับเป็นพี่หญิงของเจ้าได้อย่างไร! มารดาของนางเป็นเพียงนางกำนัลชาติกำเนิดต่ำต้อย อาศัยรูปโฉมไต่เต้าขึ้นมา เจ้าถึงกับเรียกนางว่าพี่หญิง ช่างลดศักดิ์ศรีตนเอง!”
มือที่โค่วอี้หร่านกำผมของนางพลันกระชับแน่น “เจ้าว่าใครต่ำต้อย? มารดาข้าเป็นนางกำนัลแล้วอย่างไร? บิดาข้าเป็นฮ่องเต้ ย่อมสูงส่งกว่าบิดาเจ้า!”
“ไร้ยางอาย!”
“เจ้าต่างหากที่ไร้ยางอาย!”
“หน้าด้านไร้ยางอับอาย!”
“ข้ายังหน้าหนากว่าเจ้าไม่ได้หรอก แบร่ ๆ~”
“ชิ่งหยาง ข้าจะสู้กับเจ้าให้ตายไปข้าง!”
