จางก่วงหัวขมวดคิ้วมุ่น ถึงเขาจะไม่มีหัวคิดทางการเมืองเลยก็ตาม
แต่ก็ฟังเจตนาที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเมิ่งเจ้าหัวออก คะแนนงานดึงดูดการลงทุนเจ็ดหมื่นแปดพันล้าน สุดท้ายกลับดึงบริษัทเดียวมาเข้าฉาก มันคือการตอแหล
ซุนฉางหมิงวางถ้วยชาลง แล้วรับช่วงต่อ
"ผู้อำนวยการเมิ่งครับ ขอพูดตามความเป็นจริง พื้นฐานเศรษฐกิจของเอกชนในอำเภอยวิ๋นเมิ่งอ่อนแอ ธุรกิจท้องถิ่นส่วนใหญ่เป็นรายย่อย ที่มีขนาดมีน้อยมาก ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจขาลง ปิด ควบรวม เปลี่ยนกิจการไปหลายราย ที่เหลือส่วนใหญ่อยู่ในสภาพประคองตัวไปวัน ๆ ไม่มีแรงจูงใจจะขยับขยาย"
ซุนฉางหมิงชะลอฝีเท้าในการพูด ครุ่นคิดสรรคำอย่างระมัดระวัง
"หัวข้อประชุมรับฟังความเห็นวันนี้คือประสิทธิผลในการดึงดูดการลงทุน เราคิดว่า แทนที่จะลากธุรกิจเป็นกองมาไว้ให้ดูดี สู้เชิญตัวแทนที่ทำงานจริง ๆ มาพูดให้ชัดแจ้ง เข้าใจตรงกันดีกว่า"
เมิ่งเจ้าหัวไม่รับคำ
จางก่วงหัวเห็นดังนั้น จึงรีบเสริมว่า "ผู้อำนวยการเมิ่งครับ จริง ๆ แล้วอำเภอเราก็มีธุรกิจท้องถิ่นไม่กี่รายที่ขนาดพอใช้ได้ อย่างเช่นบริษัทขุยเซิ่งในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง กลุ่มเฟิงยวี่ในธุรกิจแปรรูปอาหาร เป็นต้น แต่เนื่องจากวันนี้หัวข้อหลักว่าด้วยการลงทุนใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ธุรกิจเก่าพวกนี้สองปีมานี้ไม่มีส่วนช่วยที่เด่นชัดในการลงทุนเพิ่ม เลย..."
"เลยไม่ได้เรียกมา" เมิ่งเจ้าหัวพูดแทนจนจบประโยค
จางก่วงหัวผงกศีรษะ ไม่ปริปากอีก
