บทที่ 4 ถังซืออี้
“ตึง!”
ประตูถูกถีบกระเด็นเปิดออก
บานประตูปลิวไปกระแทกกำแพง
จางกังสะดุ้งโหยง
“เฉินฉู่! แกทำผิดกฎหมาย!”
“ผิดพ่อแกสิ!”
เฉินฉู่พุ่งเข้าไป กระชากคอเสื้อจางกัง
ต่อยหน้าอย่างจังหนึ่งหมัด
“ตึง…”
หัวของจางกังแทบหลุดกระเด็น ร่างกระเด็นไปไกลยี่สิบกว่าเมตร ร่วงลงกับพื้น
สายตาของเฉินฉู่กวาดไปทั่วห้อง
เคล็ดพิชิตใจพิศวาสมีพลังทะลุทะลวงด้วย
ไม่นาน ก็เจอตู้เซฟ
เฉินฉู่เตะพังไปหนึ่งที
หยิบบัญชีออกมาจากข้างใน เปิดดู ข้างในบันทึกไว้ล้วนเป็นหลักฐานการติดสินบนของจางกัง
แล้วกระชากจางกังขึ้นมา
“ลืมตาหมาแกดูซะ! ข้าจะเอาบัญชีนี่ ส่งแกเข้าคุก!”
“อย่านะ! ท่านเฉิน ข้าผิดไปแล้ว!”
จางกังคุกเข่าลงดังตุ้บ โขกศีรษะไม่หยุด
เฉินฉู่พบว่าในเคล็ดพิชิตใจพิศวาสมีช่องมิติ จึงโยนบัญชีเข้าไปในนั้น
“ไอ้แซ่จาง มึงทำดี ๆ ไปเองเถอะ!”
ตึง!
เตะอีกที ส่งเขากระเด็นไปอีกหน
กลับถึงหมู่บ้านซิ่งฮัว
เพิ่งถึงหน้าบ้านจู ลี่น่า
ก็เห็นหลี่ฉางกุ้ยกำลังพาพวกมาแย่งเจ้าสาว
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
เฉินฉู่ก้าวฉับๆ เข้าไปในลานบ้าน
หลี่ฉางกุ้ยกับพรรคพวกลูกสมุนกระจอก ข้างหลังเขา บางคนถือไม้กระบอง บางคนถือเชือก เตรียมจะมัดตัวจู ลี่น่าไป
เฉินฉู่ไม่ได้ส่งเสียงอะไร เดินไปหน้าโม่หินในลานบ้าน
กอดโม่หินด้วยสองมือ
โม่หินหนักพันกว่าชั่งถูกเขาอุ้มขึ้นมา แล้วยกขึ้นเหนือหัวสูงๆ
ผู้คนตกตะลึงอ้าปากค้าง
เฉินฉู่เดินวนในลานสองรอบ แล้วก็วางโม่หินกลับที่เดิม
พูดเบาๆ ว่า “คราวนี้ยังจะมาแย่งเจ้าสาวอีกไหม?”
พรึ่บ!
พวกสมุนกระจอกข้างหลังวิ่งหนีเตลิดไปหมดแล้ว
หลี่ฉางกุ้ยโกรธจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“ข้าจ่ายค่าสินสอดไปสองแสน…”
“เอาไป!”
หลิวเฟิงอิงค้นหาทั่วตู้ลิ้นชัก หยิบเงินสดสองแสนที่จูฉางฟายังไม่ได้เอาไปฝาก ปาใส่หลี่ฉางกุ้ย
“ไอ้แซ่หลี่ ลูกชายแกแต่งเมีย แต่แกเข้าหอ นี่แกเป็นหมาอะไรกัน? ไปให้พ้น!”
หลี่ฉางกุ้ยเก็บเงินขึ้นมา แสยะยิ้ม
“จูฉางฟา ครอบครัวแกอย่าลืมล่ะ ข้าเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านนี้ คอยดูแล้วกันว่าข้าจะจัดการพวกแกยังไง!”
ทิ้งคำขู่แข็งกร้าวไว้ ยังถลึงตาใส่เฉินฉู่อย่างเคียดแค้นแล้ววิ่งหนีไป
“เฮ้อ…” จูฉางฟาถอนหายใจหนักๆ
“เฉินฉู่เอ๋ย แกทำฉันเสียเงินไปตั้งสองแสน!”
“ฮึ แค่สองแสนเองไม่ใช่รึ ข้าให้ก็ได้!”
“แล้วแกจะเอาอะไรให้?”
“ข้าไปหาเงินเดี๋ยวนี้แหละ!”
เฉินฉู่เดินเร็วมาถึงหุบผามรณะ
เมื่อวาน ผู้ใหญ่บ้านหลี่ฉางกุ้ยพาคนมาโยนเขาทิ้งลงไปจากที่นี่
ไม่เพียงรอดตาย ยังได้พบอสูรนางรากษส ได้วิชายุทธ์ของนางมา
ตอนที่เขาออกมา พบว่าข้างในมีสมุนไพรมีค่ามากมาย ยังมีสัตว์ป่าหายากอีก
แน่นอน สัตว์ป่าที่นั่นเป็นสัตว์คุ้มครองล่าไม่ได้ แต่ก็ขุดโสมป่าเอาไปขาย ก็มีเงินแต่งงานกับพี่ลี่น่าแล้วนี่
มาถึงชายขอบหุบผามรณะ เฉินฉู่เปิดเนตรทะลุทะลวงของเคล็ดพิชิตใจพิศวาส
หมอกหนาในสายตาเขาเหมือนไม่มีอะไรเลย
เข้าไปได้หนึ่งกิโลเมตร ก็มีหมีตัวหนึ่งกระโจนออกมา
“อย่ามายุ่งกับข้า!”
เฉินฉู่สามกำปั้นสองเท้า ต่อยหมีรัวๆ เป็นชุด
ถูกซ้อมจนตาดำคล้ำ หมีล่าถอยหนีไป
เดินต่ออีกหน่อย ก็พบต้นโสมป่าอายุหลายร้อยปีต้นหนึ่ง
ในเคล็ดพิชิตใจพิศวาสก็มีความรู้ทางการแพทย์และการรักษาโรคมากมาย
เฉินฉู่จำโสมป่าได้ ดีใจเข้าไปขุด
ตอนนั้นเอง จากด้านหนึ่งมีงูเหลือมตัวใหญ่ยาวสิบกว่าเมตรเลื้อยออกมา
เฉินฉู่ขมวดคิ้ว งูเหลือมไม่น่าจะเป็นสัตว์คุ้มครอง
สู้มันเลย!
ตึงตึงตึง!
ต่อยไปไม่กี่หมัดก็ฆ่างูเหลือมตาย หยิบหินคมขึ้นมาหนึ่งก้อน ถลกหนังงู ควักดีงู จากนั้นก็นำหนังงูกับดีงูใส่ลงในช่องมิติของเคล็ดพิชิตใจพิศวาส
แล้วเริ่มขุดโสมป่า
ขุดหลุมลึกรอบๆ ก่อนหนึ่งเมตร สุดท้ายขุดโสมขึ้นมา
พบว่าข้างๆ ยังมีโสมป่าอ่อนอายุไม่กี่สิบปีอีกสองต้น ก็ขุดมาพร้อมกันเลย ใส่ไว้ในช่องมิติ
ในหุบผามรณะยังมีสมบัติล้ำค่าอีกมากมายหลายชนิด
แต่เฉินฉู่ไม่ละโมภ หมุนตัวออกจากหุบผา
ยังมีเวลาอีกมาก จึงมาถึงหานเฉิงนอกภูเขา
หาได้ที่ตลาดสดแห่งหนึ่ง เพิ่งหยิบโสมเล็กสองต้นออกมา ก็ถูกผู้คนมุงดู
“ไอ้หนุ่ม โสมนี่ราคาเท่าไร?”
เฉินฉู่ยิ้ม “นี่เป็นโสมป่าของข้า อย่างน้อยก็ต้องหลายพัน”
“ฮ่าๆ สมัยนี้มันจะมีโสมป่าที่ไหนกันล่ะ? เป็นโสมป่าปลูกในป่าปลูกทั้งนั้นแหละ หนุ่มเอ๊ยอย่ามาหลอกคนแถวนี้เลย…” ฝูงชนพากันหัวเราะเยาะ
ขณะนั้น หญิงสาวร่างสูงชะลูดผู้หนึ่งในชุดกางเกงขาสั้นสีขาวเดินเข้ามาในฝูงชน
สายตาจับจ้องที่โสม แววตาฉายประกาย
“คุณท่านคนนี้ ดิฉันเป็นผู้จัดการของบริษัทยาถังซื่อ ชื่อถังซืออี้ โสมของคุณนี่ดิฉันขอรับไว้ ขอคุยส่วนตัวได้ไหมคะ?”
“ได้”
เฉินฉู่ลุกขึ้น หยิบโสม
ถังซืออี้พาเขาเดินข้ามถนน ไปถึงร้านยาถังซื่อที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
เฉินฉู่เข้าใจแล้ว ที่แท้ร้านของเธออยู่ตรงข้ามนี่เอง ที่ตนมาขายโสม ก็คือมาแย่งการค้าเขา
เป็นเพราะเหตุนี้ ถังซืออี้ถึงได้มาดูสนุกด้วย
เข้าไปในห้องด้านใน ถังซืออี้ก็พูดตรงประเด็น
“โสมของคุณชัดเจนว่าเป็นโสมป่าจริง แต่อายุยังน้อย ประมาณ 50 ปี กลุ่มถังซื่อของเราชื่อตรงไม่เอาเปรียบ ให้ต้นละแปดหมื่นหยวน”
“โอ้? แพงขนาดนี้เลย?”
ถังซืออี้ยิ้มหวานละไม
“ใช่ กลุ่มถังซื่อของเราให้ความสำคัญกับชื่อเสียงอย่างยิ่ง หวังว่าในอนาคตคุณจะมีของดีคุณภาพแบบนี้อีก ก็ขอความร่วมมือกับเราด้วยนะ”
“แน่นอนแน่นอน”
เฉินฉู่แม้ก่อนหน้านี้เป็นคนโง่ แต่ก็มีมือถือและบัตรธนาคาร เพราะพ่อแม่โอนเงินให้เดือนละสองพันหยวน เป็นค่าครองชีพที่อยู่ตระกูลจู
แน่นอน เงินจำนวนนี้จูฉางฟาย้ายไว้หมดแถมยังให้ทำไร่ไถนา ได้แรงงานฟรีๆ มาเปล่าๆ
ถังซืออี้โอนให้หนึ่งแสนหกหมื่น
เฉินฉู่คิดไม่ถึงว่าโสมเล็กสองต้นจะขายได้เงินตั้งมากมาย อย่างนี้ก็ไม่ต้องเอาต้นโสมอายุนับร้อยปีออกมาแล้ว
แต่ยังขาดอีกสี่หมื่นกว่าจะครบสองแสน
จึงหยิบหนังงูเหลือมกับดีงูออกมา
“คุณถัง ดีงูกับหนังงูนี่ราคาเท่าไร?”
ถังซืออี้สะดุ้งเฮือก แค่หมุนตัวตั้งหลัก ที่ตรงหน้าก็มีของสองสิ่งนี้เพิ่มมา
หนุ่มตรงหน้านี่ไม่ใช่คนธรรมดานะ!
“คุณอยากขายสักเท่าไรล่ะ?”
“คุณถัง ขายได้สี่หมื่นหยวนไหม?”
ถังซืออี้หัวเราะเบาๆ
“ไม่ใช่แค่สี่หมื่นหรอก ดีงูลูกละแสน หนังงูสองหมื่น ให้สักหนึ่งแสนสองหมื่นหยวนดีไหม?”
“ตกลง!”
หนึ่งแสนสองหมื่นหยวนถูกโอนให้เฉินฉู่
“คุณเฉิน ขอให้ความร่วมมือเป็นไปด้วยดี” ถังซืออี้ยื่นฝ่ามือขาวนวลมา
เฉินฉู่จับฝ่ามือเธอไว้ ความรู้สึกซ่าๆ แบบไฟฟ้าช็อตแผ่ซ่าน
เคล็ดพิชิตใจพิศวาสกลับเริ่มคุกรุ่นปั่นป่วนขึ้นมาในร่างกาย
มีเสียงหนึ่งดังขึ้น: นางเป็นหนึ่งในแก่นปราณทั้งสิบสอง รีบชิงแก่นปราณของนางมาซะ…
การได้แก่นปราณของนางก็คือการฝึกคู่
เฉินฉู่รู้สึกกระดากใจอยู่บ้าง เพิ่งเจอสาวสวย แล้วจะอ้าปากขอเข้าหอได้อย่างไรกัน?