ซุนเต๋อซานมั่นใจอย่างยิ่งว่าเมื่อครู่นี้มีเสียงคนสองคนดังมาจากนอกประตู หนึ่งในนั้นคือเสียงของหลี่เสี่ยวเยี่ยน แม่แท้ ๆ ของหลี่หัว ที่เขาจำได้แม่นยำขนาดนี้ก็เพราะเรื่องที่หลี่หัวเปลี่ยนสถานะจากนักโทษประหารมาเป็นผู้กล้าทำความดีช่วยเหลือผู้อื่นนั้น เมื่อย้อนคิดถึงที่มาที่ไปแล้วชวนให้ทอดถอนใจจริง ๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของหลี่หัวมองการณ์ไกล ทิ้งหลักฐานการหย่าและหนังสือแยกเครือญาติไว้ให้ เจ้าหนุ่มหลี่หัวก็คงไม่ได้กลับเข้าโรงงานจักรกลอย่างราบรื่นขนาดนี้
“ใช้สถานะญาติของหลี่หัวก็เหมาะสมดี เดี๋ยวเธอไปกับเลขาจาง จัดการเรื่องโอนงานและขึ้นทะเบียนกิจการให้เรียบร้อย พอเอกสารเสร็จก็เปิดร้านได้เลย”
“ค่ะ ขอบคุณผอ.ซุนค่ะ”
“โธ่ เรื่องพวกนี้เป็นขั้นตอนปกติทั้งนั้น ถ้าจะพูดเรื่องขอบคุณ ฉันต่างหากที่ควรขอบคุณเธอ ถ้าไม่ได้เธอ ลูกสาวคนเล็กของฉันคงยังคิดไม่ตกอยู่เลย”
“พี่เสี่ยวฮุยถอนหมั้นแล้วเหรอคะ?”
“จะง่ายขนาดนั้นได้ยังไง ถ้าไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าหวังเมิ่งกับหานเหมียวคนนั้นมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว เมื่อวานคนตระกูลหวังไปโวยวายถึงบ้านฉันเสียยกใหญ่ บอกว่าฉันพอได้เป็นผอ.โรงงานก็รังเกียจบ้านพวกเขา แถมยังหาว่าฉันจ้างคนไปทำร้ายหวังเมิ่งอีก ตลกสิ้นดี!”
หานหนิงชี้ตัวเอง “ฉันคือคนนั้นเหรอคะ?”
“ฮ่า ๆ ใช่แล้ว เธอนั่นแหละ!” ผอ.ซุนหัวเราะเพราะท่าทางและคำพูดของเด็กสาว
หานหนิงไม่ยอม “ฉันป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายนะคะ”
“ใช่ พวกเราก็พูดกับพวกเขาแบบนี้ ถ้าไม่พอใจก็ไปแจ้งตำรวจ เรื่องถึงได้จบลง แต่การถอนหมั้นคงต้องยืดเยื้อไปอีกพักหนึ่ง”
หานหนิงขมวดคิ้ว ทั้งที่รู้ว่าการยื้อเรื่องถอนหมั้นจะทำให้ซุนเต๋อซานโมโห แล้วคนตระกูลหวังทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร? เว้นเสียแต่ว่าผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้มีค่ามากกว่าความสะดวกที่ผอ.ซุนมอบให้
ถ้าพูดถึงผลประโยชน์ ก็มีแค่เศษเหล็กพวกนั้นในคลังสินค้าเท่านั้น
“ผอ.ซุนคะ ขอแอบบอกอะไรคุณหน่อย เมื่อคืนฉันฝันมาค่ะ”
ข้ออ้างนี้ฟังดูเหลวไหลไหม? เหลวไหลมาก แต่ถ้าเธอบอกว่าทำนายดวงชะตา ก็กลัวผอ.ซุนจะหักหลังเธอ เรื่องความฝันเป็นสิ่งเลื่อนลอย ฟังดูปลอดภัยกว่าข้อหาทำนายดวงชะตาซึ่งเป็นความผิดที่เป็นรูปธรรมมากนัก
