ผู้คนที่มาซื้อของในตลาดเริ่มทยอยกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอไม่มีเวลาคิดทบทวนให้มากนัก
ลูกค้าคนนั้นเพิ่งเดินจากไปได้เพียงชั่วพริบตา ไม่นานเธอก็ขายผักป่าไปได้อีกสองมัด
คราวนี้เธอไม่ได้ยืนงงทำอะไรไม่ถูกอีกแล้ว
เมื่อเสียงแจ้งเตือนการชำระเงินประหลาดดังขึ้นอีกครั้ง เธอก็จัดผักป่าใส่ถุงพลาสติกปิดปากถุง แล้วส่งให้ลูกค้าตามอย่างป้าหวัง
พอขายจนเหลือผักจีฉ่ายมัดสุดท้าย ซงซีก็เก็บข้าวของตรงหน้า ก่อนเลื่อนผักจีฉ่ายมัดสุดท้ายไปให้ “ป้าหวัง วันนี้ขอบคุณป้ามากจริง ๆ ฉันไม่มีอะไรดี ๆ จะตอบแทนเลยค่ะ”
“ผักป่ามัดนี้ถือเป็นน้ำใจของฉันนะคะ ป้ารับไว้เถอะค่ะ!”
ซงซีพูดอย่างจริงจัง แววตาจริงใจ ทำให้หวังหงยิ่งรู้สึกเอ็นดูเธอมากขึ้น
เป็นเด็กดีอะไรอย่างนี้! แค่คิดมากไปหน่อยเท่านั้นเอง
หวังหงกลัวว่าหากปฏิเสธ อีกฝ่ายจะรู้สึกไม่สบายใจ
เธอจึงหยิบมะเขือเทศสองสามลูกจากแผงของตัวเอง ใส่ลงในตะกร้าสานข้างมือซงซี “ทางป้าก็ไม่มีของดีอะไรหรอก เอามะเขือเทศไปสักสองสามลูก เก็บไว้กินระหว่างทาง ช่วยแก้กระหายได้”
“ป้าคะ ฉันรับไว้ไม่ได้ค่ะ!” ซงซีพยายามปฏิเสธเต็มที่
แต่หวังหงคว้ามือซงซีไว้ทันที “บอกให้เอาไปก็เอาไปสิ ถ้ายังปฏิเสธอีก ป้าจะน้อยใจแล้วนะ!”
ซงสัมผัสได้ถึงความจริงใจของอีกฝ่าย จึงไม่อยากรบกวนเวลาทำมาหากินของเธออีก รีบกล่าวขอบคุณอย่างหนักแน่น “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณป้าหวังนะคะ!”
ระหว่างที่กำลังพูดคุย ลูกค้าคนใหม่ก็เดินเข้ามา หวังหงจึงมีเวลาฝากไว้เพียงว่า “ขากลับอย่ามัวเสียดายค่าโดยสารไม่กี่หยวน รีบกลับไปแต่เนิ่น ๆ ล่ะ” พูดจบก็หันไปทำงานต่อ
