ท้องของชายหัวล้านเริ่มมีวังวนขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ร่างกายของเขาบิดเบี้ยวทีละน้อย ราวกับลวดลายเกลียวบนอมยิ้ม ก่อนจะถูกวังวนกลืนกินจนหมดสิ้น
ไม่เหลือแม้แต่หยดเลือดหรือเศษซาก
นี่คือราคาของการส่งต่อคำพูดผิด
ทุกคนเงียบงัน มองชายหัวล้านถูกลบตัวตนไปจนหมดภายในเวลาเพียง 10 วินาที
ตอนนี้เกมส่งคำพูดรอบแรกจบลงแล้ว ลานเด็กเล่นสว่างไสวราวกับกลางวัน
รูปปั้นเล็กทั้ง 8 ตัวบนโต๊ะหายไปอย่างไร้สุ้มเสียงตั้งแต่ตอนที่ชายหัวล้านตะโกนออกมา
จางเหวินอี้มองจ้าวสวินเป็นคนแรก แววตาเปี่ยมไปด้วยความระแวดระวังและสงสัย
เธอถามตรง ๆ ว่า
“คุณแก้ประโยคใช่ไหม?”
คนที่เหลือพากันมองจ้าวสวิน ทุกคนเว้นระยะห่างจากเขาไว้พอสมควร
จ้าวสวินยืนอยู่คนเดียวกลางลาน เหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากไม่หยุด เขารีบร้อนแก้ตัวด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย
“ผมไม่ได้แก้อะไรเลย!”
“ผมสาบานว่าได้ยินอะไร ก็ส่งต่อให้หัวล้านอย่างนั้น ไม่ได้เปลี่ยนแม้แต่คำเดียว!”
หยุนยวนหัวเราะเย็นชา เธอรู้มานานแล้วว่าเกมนี้ไร้เหตุผล คนที่อยู่ก่อนหน้าสามารถแก้ประโยคได้ง่าย ๆ โดยไม่ถูกลงโทษ
“งั้นก็พูดมาสิว่าคุณส่งคำพูดอะไรให้เขากันแน่?”
แววตาเฉินจี้วูบไหว ก่อนจะจับจ้องไปยังจ้าวสวิน
เขาไม่ได้คิดว่าจ้าวสวินหลอกชายหัวล้าน ที่จริงทั้งคู่ไม่มีความแค้นต่อกัน โอกาสที่จ้าวสวินจงใจทำร้ายอีกฝ่ายจึงมีไม่มาก
เหตุผลที่เฉินจี้ไม่พูดอะไรตอนคนอื่นซักถามจ้าวสวิน ก็เพราะอยากรู้ว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงขั้นตอนไหน
เป็นไปได้ด้วยซ้ำว่าจ้าวสวินเองก็ถูกหลอก
