หากคนคนหนึ่งสะดุ้งตื่นจากความฝัน
แล้วจู่ ๆ ก็รู้ว่าตัวเองจะตายในอีก 10 วินาที
เขาจะทำอย่างไร?
ตามหลักเหตุผลปกติ การลืมตาต้องใช้เวลา 2 วินาที
เหลืออีก 8 วินาที
ในเวลาแสนสั้นเช่นนี้ บางคนอาจตั้งตัวไม่ทัน ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าไปทั้งหมด
บางคนอาจเลือกวิ่งหนี
แต่เวลา 8 วินาที เพียงพอให้เขาลุกขึ้นและก้าวไปได้แค่หนึ่งหรือสองก้าวเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่รู้เลยว่าจะตายเพราะอะไร หรือใครเป็นคนฆ่า
เพราะ...เวลาที่เหลือมีน้อยเกินไปจริง ๆ
ส่วนคนอีกประเภทหนึ่งเลือกที่จะอยู่นิ่ง ๆ
เวลา 8 วินาทีไม่พอให้หนี
แต่พอให้เขาควักปากกาหมึกซึมออกมา...
แล้วจดทุกสิ่งที่สังเกตเห็น
คนที่ฆ่าเขาเป็นใครกันแน่?
นี่คือเบาะแสที่เขาทิ้งไว้ให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่
แต่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังนึกไม่ถึง...
ว่าผู้รับเบาะแสนั้น...จะยังคงเป็นตัวเขาเอง!
.......
ศพของหวังลี่จวินบางราวกับกระดาษ ตอนนี้เฉินจี้ม้วนมันแล้วแบกไว้บนบ่า
การงัดประตูลิฟต์ การเผชิญหน้ากับผีร้าย อันตรายสารพัด...
ทั้งหมดก็เพื่อหาภาพถ่ายอีกครึ่งหนึ่งมายืนยันข้อสันนิษฐานในใจ
ตอนนี้บรรลุเป้าหมายแล้ว เฉินจี้จึงลุกขึ้นทันที ก่อนตบไหล่จั่วซื่อหมิงเบา ๆ
“คุณจั่ว ไปกันได้แล้ว”
เหนือศีรษะของพวกเขา ผีลิฟต์เริ่มหมดความอดทน ใบหน้าที่เคยแสดงความละโมบแปรเปลี่ยนเป็นความเดือดดาลอย่างสิ้นเชิง!
ม่านคุ้มกันของถวนจื่อสั่นไหวราวกับใกล้พังทลาย
ทั้งสี่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบพุ่งออกไปนอกประตูทันที
เฟยเอ๋อร์อยู่ทางซ้าย ส่วนเฉินจี้กับจั่วซื่อหมิงอยู่ทางขวา ทั้งสามช่วยกันจับประตูลิฟต์แล้วออกแรงดันเข้าหากัน!
“เหมียว~”
ในจังหวะนั้นเอง โซ่เงินบนตัวจั่วซื่อหมิงขยับเล็กน้อย
ถวนจื่ออ้าปากหาวหวอด ดวงตาหรี่ลงราวกับใกล้ลืมไม่ขึ้น
“ถวนจื่อกำลังจะหลับแล้ว!”
“เร็วเข้า!”
สีหน้าจั่วซื่อหมิงเปลี่ยนไป ประตูฝั่งเฟยเอ๋อร์ดันมาถึงตรงกลางแล้ว แต่ฝั่งเขากับเฉินจี้ยังเหลืออีกนิดเดียว
เอี๊ยด——
ประตูลิฟต์เก่าคร่ำครวญอย่างเจ็บปวด ในเวลาเดียวกัน ถวนจื่อพลันขดตัว
