【ตอนนี้เล่าผ่านมุมมองของช่างซ่อมลิฟต์】
วันที่ 6 มิถุนายน 2009
ตอนนั้นเพิ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน จักจั่นส่งเสียงหึ่งไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน
หวังหยุนเฟยยืนอยู่หน้าทางเข้าอพาร์ตเมนต์ลี่ถิง สายลมร้อนพัดเอื่อยผ่านร่าง ช่วยพาความร้อนอบอ้าวและเหงื่อออกไป
“......ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว”
เขาเงยหน้ามองป้ายชื่ออพาร์ตเมนต์
ปีที่หวังหยุนเฟยจากไป ที่นี่ยังมีชื่อว่า【สวนจี๋เสียง】
“ฮ่า ๆ ใหม่เอี่ยม สวยจัง! ฉันชอบที่นี่!”
เสียงอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของหวังหยุนเฟย พร้อมเสียงหัวเราะประหลาด
“สวนจี๋เสียงยังดีกว่า”
เสียงผู้ชายอีกเสียงดังต่ำ ๆ ในหัวของหวังหยุนเฟย ฟังดูเศร้าสร้อย
“ก็เหมือนกันนั่นแหละ”
หวังหยุนเฟยตอบสั้น ๆ พลางมองไปยังทางเข้าอพาร์ตเมนต์
ผิวของเขาคล้ำจนเป็นสีน้ำผึ้งจากแสงแดด แม้ในฤดูร้อนที่ร้อนระอุ เขาก็ยังสวมเสื้อคอสูง
เพื่อ......ปกปิดปานที่ลำคอ ซึ่งเขาไม่เคยชอบมันเลย
จิ๊บ ๆ—
ท่ามกลางคลื่นความร้อนอบอ้าว นกน้อยที่บ้านไหนสักหลังในอพาร์ตเมนต์เลี้ยงไว้ส่งเสียงร้องเนือย ๆ เป็นครั้งคราว
เสียงหนึ่งดังมาจากหลังประตู
“พี่ใหญ่”
หวังหยุนเฟยหรี่ตามอง หญิงคนหนึ่งเปิดประตูเดินออกมา
เธอคือน้องสาวต่างมารดาที่เขาไม่ได้พบมาสิบกว่าปี หวังเวยเวย
ได้ยินมาว่าเธอก็หนีคำสาปของครอบครัวไม่พ้น และแต่งงานกับเฉินจื้อหย่วน น้องชายของตัวเอง
หวังเวยเวยมัดผมหางม้าอย่างลวก ๆ สีหน้าอิดโรยอย่างยิ่ง เม้มริมฝีปากแน่น
เธอพาหวังหยุนเฟยขึ้นไปชั้นบน ก่อนหยุดที่หน้าห้อง 201
“พี่รอง......จื้อหย่วนกับพ่อ แล้วก็อาสาวอยู่ข้างใน”
อาสาวก็คือหวังลี่จวิน
“ได้”
หวังหยุนเฟยพยักหน้า ยื่นมือไปหมายจะผลักประตู แต่กลับได้ยินหวังเวยเวยพูดเสียงต่ำว่า
