ทั้งสามคนเดินลงบันไดมาถึงชั้น 2 มู่หรงฉิงรออยู่ตรงชานพักบันไดแล้ว
นอกจากนี้ อีกสี่คนที่เหลือก็ยืนอยู่ด้านนอกห้อง 201 ด้วย
“ตอนลงมาเจอเสี่ยวจวงพอดี เลยพามาด้วยกัน”
อู๋จงไห่พูด สีหน้าผ่อนคลายลงบ้างแล้ว บางทีอาจเป็นเพราะทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่เดียว ในใจเขาจึงรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
หูลี่จูงมือหยวนหยวน อีกฝ่ายตัวสั่นระริก แม้ชั้น 4 ที่พวกเธอค้นจะไม่มีอะไรผิดปกติ แต่พอลงมาชั้นล่าง หญิงสาวทั้งสองก็เห็นสภาพสยดสยองในห้อง 201 เข้าแล้ว
“ห้องนี้มีสามห้องนอน มีผู้สูงอายุสองคนอาศัยอยู่” มู่หรงฉิงกล่าวพลางพาพวกเขาเข้าไปในห้อง
การตกแต่งภายในห้อง 201 ดูเก่าคร่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด มีกลิ่นอายยุค 90 พื้นไม้ ตู้ไม้ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นมีขอบสีเหลืองหม่น ผ้าคลุมโซฟาและผ้าคลุมเครื่องปรับอากาศเป็นลูกไม้คุณภาพต่ำ บนผนังแขวนปฏิทินที่มีคำอวยพรให้มีลูกหลานมากมาย
ทว่าทั้งหมดถูกเลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนจนชุ่มโชก
มู่หรงฉิงพูดสั้น ๆ แล้วชี้ไปที่โซฟา
“หนึ่งในนั้นตายตรงนี้ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้”
โซฟาสีน้ำตาลชุ่มไปด้วยเลือด คราบเลือดกระจายสม่ำเสมอ แทบไม่มีเลือดไหลไปถึงผนังหรือพื้น
พูดจบ เธอก็พาทุกคนเข้าไปในครัว ที่นี่มีเลือดสาดกระเซ็นไปถึงเพดาน
เลือดบนพื้นไม้ยังเหนียวข้น ตรงกลางเว้นพื้นที่ว่างเป็นรูปคน
“อีกจุดที่พบศพอยู่ตรงนี้”
มู่หรงฉิงกล่าว “ฉันเดาว่าตอนผู้ตายกำลังทำอาหาร ถูกปาดคอจากด้านหลัง ไม่อย่างนั้นเลือดคงพุ่งสูงขนาดนี้ไม่ได้”
เฉินจี้ตรวจดูอย่างละเอียดแล้วเห็นด้วยกับเธอ
คราบเลือดส่วนใหญ่กระจุกอยู่บนผนังด้านหน้าของเตา
ในห้องมีผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพกองเต็มไปหมด เช่น แผ่นแปะแก้ปวดกล้ามเนื้อและกระดูก นมผงสำหรับผู้สูงอายุ เสื้อผ้าในตู้ก็ช่วยบอกได้ว่าผู้อยู่อาศัยเป็นใคร
