เสิ่นจ้านเฉียงถอนหญ้าในแปลงผัก แล้วหาบน้ำมารดผักอีกหลายหาบ ตอนเก็บผักเขาพบว่ามะเขือกับแตงกวาหายไปหลายลูก แม้แต่ฟักทองแก่สองลูกก็ถูกขโมยไปด้วย
เขายืนโวยวายอยู่ตรงหัวแปลงสองสามคำ ก่อนจะด่าพึมพำแล้วกลับไปยังบ้านเก่าของตระกูลเสิ่น
ระหว่างทางมีคนในหมู่บ้านถามถึงธุรกิจในเมือง เขาก็ทำตามที่พ่อแม่สอน ตอบเลี่ยง ๆ คลุมเครือว่าไม่ค่อยรู้ เพราะกิจการเป็นของบ้านเดิมของพี่สะใภ้
ย่าจางทำมื้อกลางวันเสร็จแล้ว พอเห็นหลานชายกลับมาเหงื่อท่วมศีรษะ ก็ยิ้มให้เขาอย่างหาได้ยาก
“จ้านเฉียงกลับมาแล้วหรือ รีบไปล้างหน้าล้างตาเร็ว อีกเดี๋ยวก็ได้กินข้าวแล้ว วันนี้ย่าทำซุปแป้งปั้น”
เสิ่นจ้านเฉียงได้ยินว่ามีอาหารเตรียมไว้ให้ตัวเอง จึงหยิบขนมไข่ในตะกร้าหน้ารถออกมา
“ย่า ขนมไข่นี่พี่สะใภ้เอามาฝากย่ากับปู่ ใช้วัตถุดิบชั้นดีทั้งนั้น ไม่เหมือนขนมราคาถูกในสหกรณ์เลยครับ”
ฟังดูก็รู้ว่าเขาจงใจเหน็บแนม แอบพาดพิงว่าของที่หลิวเหวินจิ้งซื้อมาเป็นของถูกจากสหกรณ์ ส่วนของที่พี่สะใภ้ให้ต่างหากถึงจะเป็นของดี
เสิ่นจ้านผิงกับหลิวเหวินจิ้งกำลังพักผ่อนอยู่ในห้อง พอได้ยินคำพูดนั้น สองสามีภรรยาก็ส่ายหน้าอย่างดูแคลน
พวกเขาคิดว่าคนบ้านรองช่างไม่ได้เรื่อง แค่เอาขนมมาฝากก็ทำท่าภูมิอกภูมิใจ พูดจาไม่รู้สึกกระดากอายบ้างเลย
ย่าจางยื่นมือรับห่อขนมมา ทั้งยังเอ่ยชมเย่ฟางเฟยว่าเป็นเด็กดีอย่างหาได้ยาก
ระหว่างกินข้าว เสิ่นชุนเซิงก็เริ่มถามถึงความเป็นไปของเสิ่นจ้านซวินอีกครั้ง “จ้านเฉียง ช่วงนี้พี่ชายแกส่งจดหมายมาบ้างไหม?”
