บทที่ 4 อานุภาพแห่งผู้บำเพ็ญขั้นพลังโลหิต จุดจบของอ๋องอู่
ส่วนลึกของจวน เสียงเย็นเยียบเสียดแทงกระดูกดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าผ่าในหูของทุกคน
ฟ้าดินพลันเงียบสงัดในบัดดล
ร่างหนึ่งที่สวมชุดไว้ทุกข์ ไม่รู้ปรากฏตัวออกมาจากฝูงชนตั้งแต่เมื่อใด
เขาเอามือไพล่หลัง มองอ๋องอู่และพรรคพวกด้วยสายตาเย็นชา
เมื่อเหล่าสมาชิกตระกูลหลี่เห็นร่างนี้ปรากฏ ดวงตาก็เปล่งประกายแห่งความหวัง
“ท่านหัวหน้าตระกูล ท่านหัวหน้าตระกูลมาแล้ว!”
“ท่านหัวหน้าตระกูลมาแล้ว!”
“คารวะท่านหัวหน้าตระกูล!”
ผู้มาเยือน แน่นอนว่าคือหลี่สิงเกอ
อ๋องอู่และพวกมองดูชายหนุ่มผู้นี้
ไม่รู้เพราะเหตุใด ชายหนุ่มดูราวไร้ซึ่งระดับขั้นใดใด ทว่าทันทีที่เขาปรากฏตัว ก็สร้างแรงกดดันมหาศาลแก่พวกเขา
“เจ้าคือหัวหน้าตระกูลคนใหม่ของตระกูลหลี่รึ?”
อ๋องอู่ฝืนใจถาม
คำพูดของเขาไม่ได้รับการตอบรับใดใด
อ๋องอู่อดโกรธไม่ได้
จึงเยาะเย้ยทันทีว่า “ตระกูลหลี่ไร้คนเสียจริง ถึงกับให้ไอ้หนูขนคางยังไม่ขึ้นนั่งเป็นหัวหน้าตระกูล”
ทุกคนได้ยินก็อดหัวเราะลั่นไม่ได้
หลี่สิงเกอหรี่ตามอง เอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า “ศพของบรรพชนยังไม่ทันเย็น คาดไม่ถึงนัก ว่าสุนัขที่เคยเลี้ยงไว้กลับหันมากัดเจ้าของ”
อ๋องอู่ได้ฟังคำนี้ โกรธเกรี้ยวยิ่งนัก
คิดดูเถิด เขาเป็นถึงยอดฝีมือขั้นกายเนื้อระดับปรมาจารย์ กลับถูกชายหนุ่มคนหนึ่งเปรียบเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน
แต่มากกว่านั้น ยังถูกเหยียบจมูกอีกด้วย
ก็เพราะตอนที่หลี่เสวียนเฟิงยังมีชีวิตอยู่ สิ่งที่อ๋องอู่ทำเหมือนกับสุนัขผู้ซื่อสัตย์ของตระกูลหลี่
คนตระกูลหลี่เคยคิดว่า หลังจากหลี่เสวียนเฟิงสิ้น ผู้ที่จะกระโดดออกมาจ้องเล่นงานตระกูลหลี่ก่อนคือศัตรูของตระกูลหลี่
ไม่เคยคิดเลยว่า จะเป็นอ๋องอู่ที่ปกติเคารพยำเกรงต่อตระกูลหลี่ อีกทั้งยังร้อนรนถึงเพียงนี้
“ไอ้เด็กปากเปียกปากแฉะ โอหังนัก ข้าเคยได้ยินว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะที่ตระกูลหลี่ไม่อาจพบได้ในรอบหลายร้อยปี วันนี้ข้าจะขอประลองฝีมือกับเจ้าสักตั้ง! ดูเสียหน่อยว่าสมคำร่ำลือหรือไม่”
อ๋องอู่ที่ถูกความโกรธบดบังสติชักดาบเล่มใหญ่จากหลัง กายลอยพุ่งตรงเข้าหาหลี่สิงเกอ
ความเร็วของเขารวดเร็วยิ่งนัก
แทบเพียงพริบตาเดียว ก็มาถึงตรงหน้าหลี่สิงเกอ
กวัดแกว่งดาบตัดหัวอสูรในมือ ฟาดฟันลงมายังศีรษะของหลี่สิงเกออย่างแรง
อ๋องอู่แม้ไม่คิดว่าหลี่สิงเกอจะเป็นคู่ต่อสู้ของตน แต่ก็ไม่เคยประมาทศัตรู
ดาบนี้ เขาใช้พลังเต็มสิบส่วน
แม้เป็นผู้บำเพ็ญระดับเดียวกันธรรมดา หากไม่ทันระวังตัว ก็ต้องทำได้แค่กล้ำกลืนความขมขื่น
เขายิ้มเหี้ยม ราวกับเห็นแล้วว่า หัวหน้าตระกูลคนใหม่ของตระกูลหลี่ อัจฉริยะตระกูลหลี่ผู้เลื่องชื่อโด่งดังจากภายนอก จะถูกดาบของเขาฟันออกเป็นสองซีก
หึ ไอ้อัจฉริยะร้อยปีมีครั้งอะไรกัน ล้วนเป็นพวกหลอกลวง หาใช่ศพใต้อีกหนึ่งของอ๋องอู่หรอก
แต่ไม่นาน...
รอยยิ้มบนหน้าอ๋องอู่ก็แข็งค้าง
สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความหวาดกลัวราวกับจมดิ่งสู่เหวลึก
เห็นเพียง หลี่สิงเกอยกมือขึ้นอย่างไม่รีบร้อน
ดาบที่หนักหน่วงทรงพลังพอจะผ่าภูเขาหักศิลา กลับถูกหลี่สิงเกอใช้สองนิ้วหนีบไว้อย่างง่ายดาย
อ๋องอู่ใช้แรงทั้งร่าง หน้าแดงก่ำ ไม่อาจดึงดาบออกได้เลย
มองดูอ๋องอู่ที่หน้าแดงก่ำออกแรงสุดชีวิต
หลี่สิงเกอส่ายหน้าเอ่ยว่า “ท่านเจ้าสำนักอ๋อง คงต้องฝึกอีกมาก”
ทันใดนั้น ในสายตาตื่นตระหนกของอ๋องอู่ หลี่สิงเกอออกแรงนิ้วเพียงเล็กน้อย ดาบล้ำค่าที่หลอมจากเหล็กกล้าชั้นดี ร่วมทางกับเขามาหลายสิบปี สังหารศัตรูนับไม่ถ้วน ก็หักสะบั้นด้วยเสียงกริ๊บ
จากนั้น มือข้างหนึ่งก็บีบเข้าที่คอของอ๋องอู่
ความรู้สึกหายใจไม่ออกถั่งท้นสู่สมองในพริบตา
อ๋องอู่ใช้สองมือออกแรงอย่างบ้าคลั่ง หมายจะง้างมือของหลี่สิงเกอ
ทว่ากลับพบว่า มือของหลี่สิงเกอดุจคีมเหล็ก ไม่ว่าเขาจะใช้แรงเท่าใด ก็ไม่ขยับเขยื้อน
หลี่สิงเกอเผยรอยยิ้ม
รอยยิ้มที่อบอุ่นดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิ ในสายตาของอ๋องอู่ตอนนี้ ช่างน่าสะพรึงยิ่งกว่าผีร้ายเสียอีก
“หลี่... ท่านหัวหน้า... ไว้ชีวิต... ข้า... อย่าได้... อีกเลย...”
“กร๊อบ”
เสียงกระดูกแตกดังขึ้นอย่างน่าขนลุก
คำพูดของอ๋องอู่หยุดกึก
“ชาติหน้า อย่ามาเป็นศัตรูกับตระกูลหลี่ข้าอีก”
น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้นแผ่วเบา
หลี่สิงเกอคลายมือ ร่างไร้วิญญาณของอ๋องอู่ร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรง
ร่างใหญ่เกือบสองร้อยจิน กระแทกพื้นจนฝุ่นหนาลอยคลุ้ง
อ๋องอู่คอเอียง ลูกตาเบิกโปนดูดุร้ายเป็นพิเศษ
แม้แต่จะตาย เขาก็ไม่กล้าเชื่อว่า ตนเองซึ่งเป็นถึงเจ้าสำนักต้าเตา ยอดฝีมือขั้นกายเนื้อระดับปรมาจารย์ จะกลับกลายเป็นเพียงมดปลวกต่ำต้อย ถูกชายหนุ่มคนหนึ่งบีบคอตายอย่างง่ายดาย
ตั้งแต่ที่อ๋องอู่พุ่งเข้าโจมตีจนสิ้นชีพ ก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น
ทุกคนยังไม่ทันเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
ร่างของอ๋องอู่ก็ล้มลงกองกับพื้นแล้ว
คนที่เหลือ อาทิหัวหน้าครอบครัวโจว ล้วนเบิกตากว้าง จ้องมองศพของอ๋องอู่ที่ตายไม่ยอมหลับตาอยู่บนพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่า อ๋องอู่ที่เพิ่งเมื่อครู่ยังหยิ่งยะโสจะสังหารหัวหน้าตระกูลหลี่ วินาทีต่อมา กลับต้องมาตายในที่นี้
อ๋องอู่ นั่นคือเจ้าสำนักต้าเตาเชียวนะ ยอดฝีมือขั้นกายเนื้อระดับปรมาจารย์
นับเป็นบุคคลมีชื่อติดอันดับในตำบลไป๋เหอทั้งตำบล
กลับกลายเป็นดั่งมดปลวก ถูกใครบางคนบีบตายอย่างง่ายดาย
ส่วนทางฝั่งตระกูลหลี่
ชั่วอึดใจเดียว กลับระเบิดเสียงโห่ร้องกึกก้องราวกับคลื่นยักษ์
สมาชิกตระกูลหลี่จำนวนนับไม่ถ้วนมองดูชายหนุ่มท่าทางเรียบง่ายผู้งามสง่าผู้นั้นด้วยใบหน้าคลั่งไคล้
“ท่านหัวหน้าตระกูลทรงอานุภาพ!”
“ท่านหัวหน้าตระกูลทรงอานุภาพ!”
“ท่านหัวหน้าตระกูลทรงอานุภาพ!”
เสียงโห่ร้องกึกก้องฟ้าดินเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ ทำให้หัวหน้าครอบครัวโจวและคนอื่นๆ สะดุ้งตื่นตระหนก ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
พวกเขาคิดเตรียมการทุกอย่างไว้หมดแล้ว หลงลืมไปเพียงคนเดียว
นั่นก็คืออัจฉริยะของตระกูลหลี่ หัวหน้าตระกูลหลี่คนใหม่ผู้นี้
เขาต่างหากคือไพ่ตายสุดท้ายของตระกูลหลี่!
ความแข็งแกร่งของเขา ได้เติบใหญ่ถึงขั้นที่หยั่งไม่ถึงแล้ว
หรืออาจเป็นไปได้สูงยิ่งว่า ได้ทะลวงผ่านด่านพลังโลหิต เลื่อนขึ้นสู่ขั้นพลังโลหิตแล้ว
ก็เพราะ อ๋องอู่แทบไม่เหลือกำลังต่อต้าน ถูกสังหารในพริบตา
ต้องรู้ว่า ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญขั้นกายเนื้อสมบูรณ์ ที่ต่อให้สามารถเอาชนะผู้บำเพ็ญขั้นกายเนื้อระดับปรมาจารย์ได้ แต่ก็ไม่มีทางทำได้ถึงขั้นเขียนเล่นๆ สังหารเช่นนี้!
เรื่องราวล่วงเลยมาถึงเพียงนี้
ทุกคนในใจรู้ดี ว่าการคิดจะกวาดล้างตระกูลหลี่เป็นเพียงแค่ฝันกลางวัน
ต่อให้มีซูอวิ๋นผู้แข็งแกร่งที่เกือบจะก้าวเข้าสู่ขั้นพลังโลหิตแล้วก็ไร้ผล
พลังของหลี่สิงเกอช่างน่าสะพรึงกลัวเกินไป
หากยังดื้อดึงไม่เปลี่ยนแปลง ชะตาของอ๋องอู่ ก็คือบทเรียนเบื้องหน้า
ในใจมีความคิดจะถอยแล้ว ฝีเท้าของผู้คนต่างเริ่มพากันถอยหลังไปโดยไม่ได้นัดหมาย
ทว่าเบื้องหลัง
ประตูใหญ่ที่เปิดอ้าอยู่ กลับถูกปิดลงอย่างเงียบงันตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้
รอบชายคาทั้งสี่ด้าน ร่างนักรบสวมชุดดำปรากฏขึ้นทีละร่าง
เกาทัณฑ์แข็งแรง และหน้าไม้สงคราม พร้อมสรรพรอคอย
เพียงรอแค่คำสั่งเดียว ก็จะยิงธนูนับหมื่นออกไป
ถึงตอนนี้ ผู้คนจะยังไม่เข้าใจอีกได้อย่างไร ว่าวันนี้การเคลื่อนศพของหลี่เสวียนเฟิง คือกับดักขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้เพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ รอให้พวกเขาติดกับดักเอง
ภายใต้การคุกคามแห่งความตาย หัวหน้าครอบครัวโจวและคนอื่นๆ รู้สึกเพียงว่าร่างกายของตนสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
มองดูชายหนุ่มผู้นี้
หัวหน้าครอบครัวโจวสะกดความกลัวในใจอย่างสุดกำลัง เอ่ยว่า “หลี่... ท่านหัวหน้าตระกูลหลี่ เรื่องวันนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด พวกเราล้วนถูกไอ้อ๋องอู่ยุแยง ท่านหัวหน้าตระกูลหลี่ได้โปรดอย่าถือโทษเลย”
อย่างไรเสียอ๋องอู่ก็ตายแล้ว โยนความผิดให้เขาทั้งหมด เขาก็ไม่ฟื้นขึ้นมาโต้แย้ง
ขอเพียงวันนี้รอดชีวิตไปได้ เรื่องตระกูลหลี่ก็ค่อยว่ากันใหม่
หลี่สิงเกอเอามือไพล่หลัง
ยิ้มเอ่ยว่า “ข้ามิได้ถือโทษพวกเจ้า”
ทุกคนได้ยิน
ในใจอดถอนหายใจพร้อมกันอย่างโล่งอกไม่ได้
ดูท่าหลี่สิงเกอในใจยังมีความหวาดหวั่นอยู่บ้าง ไม่อยากหักหาญกับพวกเขาถึงขั้นปลาแตก
คิดถึงตรงนี้ ใบหน้าของหัวหน้าครอบครัวโจวก็เบ่งบานด้วยรอยยิ้มที่โล่งอก
“หากเป็นเช่นนั้น พวกเราก็จะไม่รบกวนอีกแล้ว รอวันหน้า จะมาคำนับขอขมาต่อท่านหัวหน้าตระกูลหลี่อีกครั้ง”
กล่าวจบ ก็เตรียมหมุนตัวเดินออกไป
ทว่าคำพูดอ่อนโยนที่ดังมาจากด้านหลัง ทำให้ฝีเท้าของทุกคนชะงักแข็ง
“จะถือโทษหรือไม่เป็นเรื่องของบรรพชน ข้าพียงต้องส่งพวกเจ้าไปพบท่านผู้เฒ่าก็พอ”
“ท่านหัวหน้าตระกูลหลี่ คำพูดนี้หมายความว่าอย่างไร?”
หัวหน้าครอบครัวโจวหน้าเขียวถาม
เห็นหลี่สิงเกอไม่สะทกสะท้าน
หัวหน้าครอบครัวโจวจึงเอ่ยอีกว่า “ท่านหัวหน้าตระกูลหลี่ ข้ารู้ว่าท่านแข็งแกร่ง แต่พวกเราก็ไม่ใช่พวกตีนเป็ด หากท่านหัวหน้าตระกูลหลี่ต้องการจะเก็บพวกเราไว้ ตระกูลหลี่เกรงว่าก็ต้องเสียฟันไปหลายซี่เช่นกัน”
“ฮ่าๆ น่าขัน ก็แค่พวกมดปลวกอย่างพวกเจ้ารึ?”
หลี่สิงเกอชี้ไปยังคนทั้งหลาย หัวเราะเยาะ
“หรือว่า หนูที่ซ่อนอยู่ในความมืดนั่น?”
สีหน้าทุกคนเปลี่ยนไปฉับพลัน