“ได้โปรดแต่งงานกับฉันเถอะ!”
..........
“อะไรนะ?”
อัลเลนแทบคิดว่าตัวเองหูแว่ว หลังยืนยันว่าเบ็ตซีไม่ได้ล้อเล่น ความเย็นเยียบก็แล่นวาบไปตามแผ่นหลัง เขาหันกลับไปมองเจียงซินเหลียนโดยไม่รู้ตัว
ใบหน้าของเจียงซินเหลียนซ่อนอยู่ในความมืด เขามองไม่เห็นสีหน้าของนาง ได้ยินเพียงเสียงเย็นชาที่เอ่ยขึ้นว่า “คนขับรถม้า”
“คุณหนู”
คนขับรถม้าเก็บสีหน้าตื่นตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก แล้วรีบก้มตัวเข้ามาหาคุณหนูเพื่อรอฟังคำสั่ง
“พวกเราไปเดี๋ยวนี้”
“เดี๋ยว...เดี๋ยวนี้หรือครับ แล้วคุณชาย...”
จะทิ้งคุณชายไว้ที่นี่หรือ? แบบนี้จะดีหรือเปล่า? แต่คุณหนูเจียงดูเด็ดขาดเหลือเกิน
คนขับรถม้าตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เจียงซินเหลียนตวาดเสียงเข้ม “ฟังคำพูดฉันไม่รู้เรื่องหรือไง! ไปเดี๋ยวนี้!”
นี่เป็นครั้งแรกที่คุณหนูเจียงโกรธ คนขับรถม้าจึงก้มหน้าลงทันที “ผมจะไปเตรียมรถเดี๋ยวนี้ครับ”
“เจียงเจียง!”
อัลเลนคว้าข้อมือนางไว้ “ฉันสาบานว่าฉันไม่รู้จักเธอ!”
“ฉันจะไปรู้หรือไม่รู้ก็ช่าง” เจียงซินเหลียนหันขวับมามอง ดวงตาเย็นเยียบ เน้นทีละคำ “ปล่อย-มือ-ฉัน!”
“ฉันไม่มีทางแต่งงานกับเธอ! คนที่ฉันอยากแต่งด้วยคือ...”
“เพียะ!”
เจียงซินเหลียนกัดฟัน ก่อนสะบัดมือตบหน้าเขาเต็มแรงจนใบหน้าอัลเลนหันไปอีกทาง ผมสีทองปรกลงมาบดบังดวงตา
เบ็ตซีอุทานด้วยความตกใจ ไม่อยากเชื่อว่าจะมีผู้หญิงกล้าลงมือกับคุณชายอัลเลน
“ไสหัวไป! รีบไปให้พ้น!”
เจียงซินเหลียนบิดข้อมืออย่างแรงเพื่อดิ้นให้หลุด แต่อัลเลนยังคงกำไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ทั้งคู่ยื้อกันอยู่อย่างนั้น จนข้อมือบอบบางทนแรงไม่ไหว ดัง “กึก” แล้วก็เคลื่อนหลุดจากข้อ
แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
