เมื่อได้ยินแม็คลินเอินรายงานว่าเคล ฮิวจ์ตายแล้ว เจียงซินเหลียนก็ตอบอย่างเรียบเฉยว่า “รู้แล้ว”
นางไม่ได้สนใจเคลแม้แต่น้อย หากไม่เห็นว่าเขามีเจตนาร้ายต่ออัลเลน นางคงคร้านจะเสียเวลาลงมือกับเขา
อัลเลนฝากชีวิตไว้กับนาง บนโลกนี้มีเพียงนางเท่านั้นที่ตัดสินความเป็นความตายของเขาได้
พวกเขาร่วมเป็นร่วมตาย
นี่คือสิ่งที่เจียงซินเหลียนคิด และเป็นคำสัญญาที่อัลเลนให้ไว้ตอนสวมแหวนให้นาง
“ฉันจะไม่ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป”
เขากอบกุมมือเจียงซินเหลียนไว้แนบอก ก่อนมอบแม้กระทั่งเสียงหัวใจให้แก่นาง “ร่วมเป็นร่วมตาย”
หลังอัลเลนกับเจียงซินเหลียนแต่งงานกัน ทั้งคู่ก็ยังใช้ชีวิตร่วมกันเช่นเดิม ต่างเพียงตอนนี้นอนอยู่ในห้องเดียวกัน
ในสังคมชั้นสูง การเลี้ยงดูคนรักลับแทบกลายเป็นกระแสนิยม เป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว ราวกับว่าหากใครไม่มีคนรักลับสักสองสามคน ก็ไม่อาจแสดงเสน่ห์และฐานะของตนได้
อัลเลนตีตัวออกห่างจากเรื่องเช่นนี้ ส่วนเจียงซินเหลียนก็ไม่มีความรู้สึกเหลือเฟือจะแบ่งให้ใครอื่น
เมื่อเหล่าขุนนางพูดถึงสามีภรรยาคู่นี้ที่ไม่ชอบเข้าสังคม น้ำเสียงมีทั้งเยาะเย้ยและอิจฉาอยู่หลายส่วน
วิลเลียม สก็อตต์ บิดาของอัลเลน ไม่ได้แต่งงานใหม่หลังภรรยาเสียชีวิต และไม่มีคนรักลับอยู่ข้างกาย
ส่วนอัลเลนกำลังอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ ความต้องการเต็มเปี่ยม แต่กลับจงรักภักดีต่อภรรยาเพียงผู้เดียว ไม่แยแสสายตาหว่านเสน่ห์ที่คนอื่นส่งมา ตระกูลสก็อตต์นี่ช่างมีแต่คนคลั่งรักจริง ๆ!
การเลี้ยงดูคนรักลับก็ดีอยู่หรอก แต่จะไปเทียบกับความสุขของการได้แต่งเข้าตระกูลสก็อตต์ได้อย่างไร!
