ภายใต้สายตาจับจ้องและเสียงเร่งรัดจากทุกฝ่าย ผู้พิพากษาสูงสุดได้ตัดสินคดีของเคล ฮิวจ์
ด้วยความเมตตา เขาจึงรอดชีวิต ไม่ต้องขึ้นแท่นประหาร แต่ทรัพย์สินและที่ดินของตระกูลฮิวจ์ถูกริบคืน บรรดาศักดิ์เอิร์ลถูกเพิกถอน กลายเป็นสามัญชน
เมื่อได้ยินข่าวนี้ เคลราวกับถูกฟ้าผ่าห้าครั้งติดกัน เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รีบไปพบผู้พิพากษาสูงสุด
“ทำไมถึงทำกับผมแบบนี้! คุณมีหลักฐานอะไรพิสูจน์ว่าพ่อผมเคยทำเรื่องแบบนั้น! นี่มันใส่ร้ายกันชัด ๆ เป็นแผนกลั่นแกล้ง!”
เขาตะโกนจนเสียงแหบแห้ง เดือดดาลจนแทบคลุ้มคลั่ง เส้นเลือดปูดโปนบนใบหน้าด้วยความโกรธ ดูน่ากลัวไม่น้อย
ผู้พิพากษาสูงสุดโยนกระดาษจดหมายแผ่นหนึ่งให้เขาอย่างเย็นชา “หลักฐานวางอยู่ตรงหน้าแล้ว ยังมีอะไรจะแก้ตัวอีก”
หลักฐานอะไรกัน? จดหมายฉบับสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้เขาเพียงฉบับเดียวถูกเผาทิ้งไปนานแล้ว จะยังมีหลักฐานเหลือได้อย่างไร?
เขาทั้งสงสัยทั้งหวาดหวั่น ก้มลงเก็บกระดาษที่ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วนำมาต่อกันใหม่ มุมกระดาษยังมีรอยไหม้หลงเหลืออยู่
บนกระดาษมีข้อความที่พ่อเขียนสารภาพถึงความผิดของตนเองอย่างชัดเจน
เป็นไปได้ยังไง!
หรือพ่อจะทิ้งจดหมายไว้มากกว่าหนึ่งฉบับ? แล้วฉบับนี้มาจากไหนกัน?! ทำไมถึงมาอยู่ในมือผู้พิพากษาสูงสุดได้!
เคลไม่ทันปกปิดความตื่นตระหนกและความเคียดแค้นบนใบหน้า ทุกอย่างจึงตกอยู่ในสายตาผู้พิพากษาสูงสุด ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง
“คิดว่าฉีกทิ้งแล้วจะหมดปัญหาสินะ? ไม่คิดว่าจะมีคนเก็บเศษพวกนี้ไว้ นำมาต่อกันใหม่แล้วส่งมาให้ฉัน ความจริงกระจ่างแล้ว ยังมีอะไรจะพูดอีกหรือ”
