เป็นของกันและกันเพียงผู้เดียว......
เจียงซินเหลียนนิ่งงัน ดวงตาสีดำจับจ้องชายหนุ่มแน่วแน่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่อยากพูดมาตลอดออกมา
“ทำไมถึงต้องอยู่ข้างเจียงหรงซี ทำไมไม่มาอยู่กับฉันล่ะ?”
เธอพยุงตัวขึ้น เอื้อมมือไปลูบใบหน้าเขา แล้วถามอย่างคาดหวัง “คุณไม่ต้องการฉันเหรอ?”
หลีซวิ่นถิงเงียบไป นิ้วมือที่กำลังลูบเส้นผมของคนรักค่อย ๆ หยุดลง ดวงตาสีแดงเข้มมองเธออย่างไร้ถ้อยคำ
ความเงียบนี้บ่งบอกคำตอบของเขาแล้ว
เจียงซินเหลียนไม่เข้าใจ นิ้วมือที่แตะอยู่ข้างแก้มเขาออกแรงกดจนเกิดรอยเลือดหลายเส้น “ทำไม?”
“ตอนผมอายุห้าขวบ พ่อเป็นหนี้บุญคุณคุณนายเจียง เพื่อตอบแทนบุญคุณ พ่อจึงให้ผมสาบานไว้” หลีซวิ่นถิงเล่าทุกอย่างออกมาตามตรง
“ผมต้องภักดีต่อคุณหนูรองเป็นเวลาสามปี ระหว่างนั้นห้ามทรยศ โดยมีสายเลือดเป็นพยาน”
สายเลือดคือสิ่งที่พ่อแม่มอบให้ ปฏิเสธไม่ได้ ขัดขืนไม่ได้
ต่อให้ในใจไม่พอใจและเคียดแค้นเพียงใด ก็ไม่อาจลบล้างความจริงที่ว่าพวกเขามีสายเลือดเดียวกันได้
ความจริงที่ไม่อาจทำอะไรได้
สายเลือดคือหลักฐานที่ทรงอำนาจที่สุด แม้แต่หลีซวิ่นถิงก็จนปัญญา
เรื่องนั้นเกิดขึ้นนานมากแล้ว จนแม้แต่ความหงุดหงิดหรือเสียใจยังไม่อาจเกิดขึ้นได้ เขาจึงยอมรับมันอย่างสงบนิ่ง
“สายเลือด...เป็นพยานงั้นเหรอ?”
เจียงซินเหลียนทวนคำอย่างไม่อยากเชื่อ หัวใจพลันดิ่งวูบลงสู่ห้วงลึก
จริงสิ คำสาบานใดในโลกนี้จะผูกมัดหลีซวิ่นถิงได้ หากไม่ใช่สายเลือด?
ก่อนหน้านี้ ทำไมเธอถึงคิดไม่ถึงนะ
บนโลกนี้มีพ่อแม่ไม่มากนักที่จะใช้ความผูกพันทางสายเลือดและบุญคุณที่มีต่อกันมาบีบบังคับให้ลูกสาบานคำมั่นอันหนักหนาเช่นนี้
