ดึกป่านนี้ ใครจะมาพบนางกัน?
จ้าวเยว่หลีตั้งใจจะปฏิเสธ แต่ไหวอิงกลับกล่าวเสริมว่า “คนที่อยู่ข้างนอกบอกว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพบพระองค์ให้ได้เพคะ”
ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพบให้ได้หรือ?
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย “เช่นนั้นก็เชิญเข้ามาเถิด”
นางคาดเดาไปต่าง ๆ นานา จนกระทั่งเห็นคนที่เข้ามาในห้องสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่คลุมร่างมิดชิด ก็อดประหลาดใจไม่ได้
“พระสนมเอกหรือเพคะ?”
เงาดำเลิกขอบหมวกขึ้น เผยให้เห็นใบหน้างดงามแต่ซูบซีดอิดโรย ความสดใสเจิดจรัสที่เคยมีราวกับดอกไม้โรยรา
“เป็นข้าเอง”
เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
จ้าวเยว่หลีเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ดึกดื่นเช่นนี้ พระสนมเอกมีธุระอันใดหรือเพคะ? แล้วนางกำนัลข้างกายไปไหนเสีย?”
ดูอ่อนแอถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงออกจากวังมาเพียงลำพัง?
“ข้ามีเรื่องอยากพูดกับเจ้า”
น้ำเสียงของเจียงซินเหลียนเรียบเฉยไร้อารมณ์ คล้ายความเงียบงันหลังสิ้นหวังกับทุกสิ่ง
“ข้าอยากขอร้องเจ้าเรื่องหนึ่ง”
นับแต่รู้จักพระสนมเอก นางก็รู้ว่าพระสนมเป็นคนทะนงตนสูงส่ง จะให้ก้มหัวแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้กลับ...
จ้าวเยว่หลีไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ ๆ ก็รู้สึกเศร้าสร้อยขึ้นมา คล้ายได้เห็นบุปผางดงามสะดุดตาโรยร่วงลงมา จนปวดใจเหลือเกิน “พระสนมเอกทรงขอร้องเรื่องใดหรือเพคะ?”
“ข้าอยากให้เจ้าฆ่าฮองเฮา”
จ้าวเยว่หลีนิ่งงันไป ครู่ใหญ่จึงฝืนยิ้มออกมา “พระสนมเอกอย่าล้อเล่นเลยเพคะ ฝ่าบาทก็ตรัสแล้วว่าจะไม่ลงโทษฮองเฮา แล้วหม่อมฉันจะทำได้อย่างไร...”
“เจ้าทำได้ ในวังแห่งนี้ มีเพียงเจ้าที่ทำได้” สายตาของเจียงซินเหลียนเลื่อนไปหยุดตรงหน้าท้องของนาง
“เจ้าตั้งครรภ์แล้ว”
จ้าวเยว่หลีตกใจ มือทั้งสองยกขึ้นปกป้องท้องโดยไม่รู้ตัว ก่อนถามอย่างไม่อยากเชื่อ “หม่อมฉันไม่เคยบอกเรื่องนี้กับผู้ใด พระสนมเอกทรงทราบได้อย่างไรเพคะ?”
ไม่เพียงไม่บอกใคร เพื่อปกป้องลูกในท้อง นางตั้งครรภ์มาสองเดือนแล้วยังไม่เคยดื่มยาบำรุงครรภ์แม้แต่ชามเดียว กลัวเหลือเกินว่าจะมีข่าวรั่วไหล
