นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเจียงซินเหลียนที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วถึงเพียงนี้อย่างแน่นอน
นางตกใจจนหน้าซีด รีบพุ่งเข้าไปปัดถ้วยชาในมืออัลเลนให้หล่นลง
ถ้วยชาตกแตกดังเพล้ง น้ำชาซึมเปื้อนพรม
อัลเลนยังคงอยู่ในท่ากำลังยกถ้วยขึ้นจิบ สีหน้ามึนงงเล็กน้อย “เจียง... เจียงเจียง?”
เจียงซินเหลียนกุมอก หอบหายใจ ความรู้สึกด้านลบที่มีอยู่เดิมมอดไหม้ไปสิ้นด้วยโทสะที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ
เจ้าทึ่มนี่!
นางเขย่งปลายเท้า คว้าหูอัลเลนแล้วบิดจนเขาร้องอ้อนวอน ก่อนจะดุว่า “นายโง่หรือไง! ใครอนุญาตให้ดื่มน้ำมั่วซั่ว! นี่ใช่น้ำที่นายดื่มได้หรือไง!”
อัลเลนร้องโอดโอยเพราะถูกบิดหู “ขอโทษ ผมรู้แล้วว่าผิด เจียงเจียง เจ็บนะ อย่าบิดหูผมเลย”
“รู้ไหมว่าเมื่อกี้...” นางพูดไปได้ครึ่งหนึ่งก็กลั้นใจ กลืนคำที่เหลือลงคอ
นายรู้ไหมว่าเมื่อกี้เกือบตายแล้วนะ
นางปล่อยมืออย่างหมดแรง ถลึงตามองเขา “รีบออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้! ฉันไม่อยากเห็นหน้านายแล้ว”
“เจียงเจียง...”
อัลเลนยังอยากพูดอะไรต่อ แต่ถูกเจียงซินเหลียนทั้งเตะทั้งผลักไล่ออกไปอย่างน่าสงสาร เขายืนอยู่หน้าประตู พอเห็นว่าเจียงเจียงไม่มีทีท่าจะสนใจ ก็ได้แต่ก้มหน้าคอตก
ขณะที่กำลังคิดว่าจะตั้งหลักปักฐานอยู่หน้าห้องเจียงเจียงดีหรือไม่ เสียงบิดาที่เต็มไปด้วยโทสะก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“อัลเลน! ดึกดื่นป่านนี้ไม่ยอมพักผ่อนดูแลร่างกาย กลับมายืนทำอะไรหน้าห้องเจียงเจียง!”
เดิมทีดยุกวิลเลียมเตรียมตัวเข้านอนแล้ว แต่แว่วได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากด้านนอก จึงคลุมเสื้อออกมาดู และเจ้าหนุ่มอัลเลนก็หนีมารบกวนเจียงเจียงอีกจนได้!
