“ก่อนหน้านี้ ฮองเฮาทรงเชิญหมอเทวดาชาวบ้านห้าคนมารักษาองค์ชายรอง เมื่อไม่กี่วันก่อนก็ส่งหมอเทวดาเหล่านั้นออกจากวังไป
หลังจากกระหม่อมไปสืบดู พบว่าตอนเข้ามามีห้าคน แต่ตอนออกจากวังเหลือเพียงสี่คนพ่ะย่ะค่ะ”
หัวหน้าองครักษ์แทบจะพูดออกมาตรง ๆ อยู่แล้ว ได้แต่ส่งสายตาเป็นนัยอย่างสุดชีวิต
ฝ่าบาท! เข้าใจหรือยังพ่ะย่ะค่ะ ว่าฮองเฮาเป็นคนทำ! ไม่ใช่ความบกพร่องขององครักษ์ในวังของพวกกระหม่อมแน่นอน! หากทรงกริ้ว ก็ไปลงโทษฮองเฮาเถิดพ่ะย่ะค่ะ!
จักรพรรดิมองหลักฐานที่วางอยู่บนโต๊ะ สีหน้ามืดครึ้มจนถึงที่สุด หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง แทบอยากสังหารหญิงชั่วนั่นเสียเดี๋ยวนี้! นังโง่!
ก่อนหน้านี้นางมักใช้วิธีวางยาพิษ เขาอดทนเพื่อองค์ชายรองมาโดยตลอด ทำเป็นมองไม่เห็น แต่ตอนนี้นางกลับกำเริบเสิบสานขึ้นแล้ว!
ถึงกับจ้างคนมาสังหารกันถึงในวังหลวง!
ฮองเฮาเชิญหมอเทวดามาหลายคนจริง มือสังหารปะปนอยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้นจริง และฮองเฮาก็คิดกำจัดเจาอี๋เจียงจริง หลักฐานแน่นหนา
เขาโกรธจนต้องจับขอบโต๊ะไว้พลางหอบหายใจ แล้วจู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบสั่งหลี่เต๋อว่า “เจ้ารีบไปปิดข่าว อย่าให้เหล่าขุนนางรู้!”
หากเหล่าขุนนางรู้เรื่องนี้เข้า พวกเขาต้องโวยวายให้ปลดฮองเฮา แล้วให้เขาแต่งตั้งฮองเฮาคนใหม่ ถึงตอนนั้นฮองเฮาคนใหม่จะดูแลองค์ชายรองของเขาเป็นอย่างดีหรือไม่? จะกลั่นแกล้งองค์ชายรองหรือเปล่า?
เพราะฉะนั้นจะปลดฮองเฮาไม่ได้!
หลี่เต๋อรับคำสั่งแล้วรีบวิ่งออกจากห้องทรงพระอักษร ทว่าเพิ่งเปิดประตูก็ชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไปมา สุดท้ายหยุดอยู่ที่รอยยิ้มขมขื่น ก่อนจะคุกเข่าลงอีกครั้งพลางกล่าวเสียงสั่นว่า
“ฝ่าบาท ใต้เท้าจวงราชครูและเหล่าขุนนางกำลังรอเข้าเฝ้าอยู่ด้านนอกห้องทรงพระอักษรพ่ะย่ะค่ะ”
อะไรนะ! จวงเฮ่อหมิงก็มาด้วยหรือ? เขาไม่เคยยุ่งเรื่องฝ่ายในของเขาไม่ใช่หรือ!
จักรพรรดิฝืนใจกล่าวว่า “รีบเชิญพวกเขาเข้ามา”
ทุกคนเข้ามาในห้องทรงพระอักษรแล้วคารวะ ต่างจากเหล่าขุนนางที่แสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยว จวงเฮ่อหมิงกลับดูไร้อารมณ์
