ด้วยแรงของอัลเลน การบิดแขนให้หักไม่ใช่เรื่องยาก เมื่อเห็นสีหน้าของเคลยิ่งเจ็บปวดขึ้นเรื่อย ๆ เบ็ตซีก็ทนดูไม่ไหว ร้องไห้พลางพุ่งเข้าไปหา “ไม่! อย่าทำร้ายเขา!”
อัลเลนปล่อยมือ สะบัดแขนของเคลออก แล้วถอยกลับไปยืนข้างเจียงซินเหลียน
เบ็ตซีโผเข้าซบอกเคล กอดเขาพลางร้องไห้จนใบหน้างามชุ่มน้ำตา “เคล อย่าทำแบบนี้อีกเลย ฉันยอมแล้ว ฉันยอมอยู่กับคุณ อย่าทำให้ตัวเองบาดเจ็บอีกนะ”
เคลเจ็บจนเสียงสั่น “ความเจ็บแค่นี้จะเทียบกับคุณได้ยังไง ในเมื่อคุณบอกว่ายอมอยู่กับผมแล้ว ก็ห้ามหนีไปจากผมอีก!”
เบ็ตซีพยักหน้าทั้งน้ำตา “ฉันจะไม่หนีไปจากคุณอีก ไม่ว่าหลังจากนี้เราจะต้องเจอกับอุปสรรคมากแค่ไหนก็ตาม”
ทั้งสองจับมือกัน สบตากันอย่างหวานซึ้ง ราวกับมองไม่เห็นคนอื่นอยู่ตรงนั้น
เจียงซินเหลียนโกรธจนหัวเราะออกมา เบ็ตซีคนนี้จู่ ๆ ก็โผล่มาขอความช่วยเหลือถึงคฤหาสน์ จากนั้นเคล ฮิวจ์ก็จู่ ๆ บุกเข้ามา แล้วจู่ ๆ ก็จะลงไม้ลงมือ สุดท้ายก็จู่ ๆ กอดกันคืนดีเสียอย่างนั้น
นี่คิดว่าคฤหาสน์สก็อตต์เป็นเวทีสำหรับแสดงละครหรือไง?
ทั้งเนื้อเรื่อง ทั้งความขัดแย้ง แถมตอนจบยังคืนดีกันอย่างแฮปปี้เอนดิ้งแบบนี้ ไม่ต้องชมสักหน่อยหรือว่าแสดงได้ดีจริง ๆ?
ช่างไร้เหตุผลเสียจนเหลือเกิน
นางเอ่ยขัดทั้งสองคนที่ดูท่าจะจูบกันด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันว่า พวกคุณสองคนแก้ปัญหากันได้แล้ว ก็ควรออกจากคฤหาสน์ได้แล้วใช่ไหม?”
เบ็ตซีเพิ่งนึกได้ว่ามีคนยืนมองอยู่ จึงหน้าแดงก่ำ ก่อนจะทุบอกเคลเบา ๆ
ทั้งสองประคองกันลุกขึ้น ก่อนจากไป เคลเหลือบมองอัลเลนด้วยสีหน้าประหลาด
เจียงซินเหลียนเห็นเข้าพอดี มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
