เจียงซินเหลียนครุ่นคิดเรื่องนี้อย่างรอบคอบมาตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว จ้าวเยว่หลีคือนางเอกของนิยายวังหลังเกิดใหม่เรื่องนี้ เป็นศูนย์กลางของโลกใบนี้ และบทสรุปสุดท้ายย่อมเป็นการที่นางได้ขึ้นครองตำแหน่งหงส์
ดังนั้นเนื้อเรื่องจึงปูทางให้นาง อย่างเช่นพระสนมเอกเซี่ยตั้งครรภ์องค์ชายใหญ่ แต่กลับสิ้นใจทั้งแม่และลูกขณะคลอด ส่วนฮองเฮาก็ไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ องค์ชายรองที่นางให้กำเนิดก็อ่อนแอขี้โรค แม้เจ้าของร่างเดิมจะตั้งครรภ์ แต่ก็รักษาครรภ์ไว้ไม่ได้ แท้งไปตอนอายุครรภ์ห้าเดือน
จะไม่ให้คนเกิดความสงสัยได้อย่างไร? หากซวี่เอ๋อร์เป็นสายเลือดของฮ่องเต้จริง ต่อให้นางพยายามทุกวิถีทางเพื่อรักษาเขาไว้ เด็กที่คลอดออกมาก็คงพิกลพิการ เป็นลางร้ายเสียมากกว่า
นางถามสิ่งที่คิดอยู่ในใจจากศูนย์แปดหก และศูนย์แปดหกก็อ้ำอึ้ง พูดจาเฉไฉไปเรื่องอื่นตามคาด
ตอนนี้นางยังมีสัมพันธ์ลับกับอัครมหาเสนาบดีอีก หลักฐานชิ้นนี้ช่างหนักแน่นเสียเหลือเกิน เนื้อเรื่องคงยินดีปรีดาจนแทบรอไม่ไหวที่จะส่งหลักฐานนี้ไปถึงมือจ้าวเยว่หลี
เจียงซินเหลียนกลับถึงตำหนักเจียนเจีย คนที่นางส่งไปสืบข่าวก็กลับมาแล้ว เป็นไปตามที่นางคาดไว้ จ้าวเยว่หลีพบจวงเฮ่อหมิงระหว่างทางมา
ใบหน้าที่คล้ายคลึงกันเช่นนี้ย่อมทำให้นางเอกเกิดความสงสัย แล้วหลังจากนั้นเล่า นางเอกจะทำอย่างไร? จะแอบสืบหาความจริงเพื่อใช้โค่นนาง หรือว่า...
ระหว่างที่ครุ่นคิด ก็ได้ยินนางกำนัลเข้ามารายงานว่า “พระสนมเพคะ นอกตำหนัก พระสนมโหรวกุ้ยผินขอเข้าเฝ้าเพคะ”
จ้าวเยว่หลีหรือ? ตอนนี้นางมาขอเข้าพบนางอย่างนั้นหรือ?
เจียงซินเหลียนพลันนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงเอ่ยเสียงดังว่า “รีบเชิญพระสนมเข้ามา”
จากนั้นก็หันไปสั่งชิวเย่อ “ไปอุ้มซวี่เอ๋อร์มา”
จ้าวเยว่หลีเข้ามาในตำหนักเจียนเจีย ก่อนค้อมกายถวายคำนับอย่างเรียบร้อย “หม่อมฉันถวายบังคมพระสนมเอกเพคะ”
“รีบลุกขึ้นเถิด เราสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ จะมากพิธีไปไย?” เจียงซินเหลียนตบหลังซวี่เอ๋อร์เบา ๆ พลางยิ้มถาม “น้องหญิงกุ้ยผินมาหาข้าที่นี่ มีเรื่องอะไรหรือ?”
