“ไม่ ไม่ ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ!”
ชายวัยกลางคนคุกเข่าอยู่บนพื้น โขกศีรษะขอชีวิตไม่หยุด น้ำตานองหน้า
“ฉันยังมีภรรยา ภรรยาของฉันเพิ่งตั้งครรภ์ได้ไม่นาน เธอยังรอให้ฉันกลับไปหาอยู่เลย!”
“ขอร้องล่ะ เห็นแก่ความน่าสงสารของฉัน ปล่อยฉันไปสักครั้งเถอะ!”
ใช่ว่าชายวัยกลางคนไม่คิดหนี แต่เขาดิ้นรนจนสุดกำลัง ใช้อาวุธช่วยชีวิตทุกชิ้นที่มีจนหมด สุดท้ายก็ถูกต้อนจนหลังชนหน้าผา
จึงทำได้เพียงวิงวอนขอความเมตตาจากคนอื่นอย่างไร้ศักดิ์ศรี
“ถุย!”
หลินเฉิงตบอกตัวเอง ใจยังเต้นระทึกไม่หาย
ไม่นานก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งได้รับการช่วยชีวิตจากหัวหน้าหน่วยหลี หัวหน้าหน่วยหลีใช้ร่างตัวเองบังดาบที่ฟันเข้าหาเขา เขาจึงรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
วันนี้เขาติดตามหัวหน้าหน่วยมาจัดการคนทรยศในตระกูล ใครจะคิดว่าคนทรยศคนนี้จะพกของติดตัวมาไม่น้อย อาวุธร้ายแรงถูกขว้างออกมาทีละชิ้นไม่ขาดสาย
เมื่อครู่เขาเกือบหลบไม่ทัน ยังดีที่หัวหน้าหน่วยหลีใช้กระบี่ฟันกระสุนที่พุ่งเข้ามาจนขาดเป็นสองส่วน
หวุดหวิดจริง ๆ รอดมาได้อีกวันแล้ว
หลินเฉิงเช็ดเหงื่อเย็นที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก ใจยังไม่คลายจากความหวาดหวั่น พอได้ยินชายวัยกลางคนพูดจาหน้าด้านไม่เลิก ก็เดือดขึ้นมาทันที
“ยังมียางอายอยู่ไหม! คนอย่างแกน่าสงสารตรงไหน?! คนที่น่าสงสารที่ไหนจะพกอาวุธมาเยอะแยะขนาดนี้? ถ้าไม่รู้คงนึกว่าแกเป็นคลังแสงเคลื่อนที่เสียอีก!”
ในกลุ่มทหารติดอาวุธ หลินเฉิงเป็นคนอารมณ์ร้อนที่สุดและฝีมืออ่อนด้อยที่สุด ปกติเขาจึงเอาแต่ซุกตัวอยู่ในค่ายทหารอย่างว่าง่าย
