“เฮ้อ น้ากู้คิดไม่รอบคอบเอง สถานการณ์แบบนี้ จะปล่อยให้เด็กผู้หญิงอย่างเธออยู่บ้านคนเดียวได้ยังไง” กู้หย่ากุมมือจางวิ่งหลิงไว้แน่น
หัวใจของหลัวปินเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
เขารู้สึกว่าจางวิ่งหลิงมีท่าทีแปลก ๆ เพราะตอนที่ไปส่งเธอกลับบ้านเมื่อครู่ เธอเอาแต่เอนมาซบเขา หรือว่าเธอจะมีใจให้เจ้าของร่างเดิม?
แต่กู้หย่าก็พูดแล้วว่า อย่าทำให้จางวิ่งหลิงโกรธ
นั่นหมายความว่าเจ้าของร่างเดิมต้องเคยทำเรื่องเกินเลยบางอย่างแน่
คิดแบบนี้แล้ว ข้อสันนิษฐานที่ว่าเธอมีใจให้เขาก็ตัดทิ้งได้เลย
ตอนนั้นจางวิ่งหลิงแค่ยืนไม่ไหวหรือ? เขาคิดมากไปเอง? อ่อนไหวเกินไป?
ยังดีที่เขาไม่ได้ฉวยโอกาสแตะเนื้อต้องตัวเธอหรือคิดอะไรแบบนั้น อย่างน้อยก็ถือว่ามีมารยาทใช่ไหม?
ตอนนี้ที่หัวใจเต้นเร็วขึ้น เป็นเพราะจางวิ่งหลิงสวยมากล้วน ๆ
ใคร ๆ ก็รักความงาม หลัวปินเองก็ไม่ต่างกัน
ถ้าเป็นชาติที่แล้ว จางวิ่งหลิงต้องเป็นดาวเด่นประจำชั้น เป็นสาวสวยระดับดาวเด่นของโรงเรียนแน่นอน
หลัวเฟิงเดินไปเปิดประตู สีหน้าของเขาค่อนข้างเย็นชา
“อย่าถือสาลุงเลย แล้วก็อย่าโทษลุงด้วย เขาเป็นคนหัวแข็งแบบนี้มานานแล้ว เดี๋ยวเดียวคงเปลี่ยนความคิดไม่ได้หรอก” กู้หย่าจูงมือจางวิ่งหลิงเดินเข้าบ้านไป
“หนูเข้าใจค่ะ ลุงก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่คะ เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนั้น ก็ต้องเล่าให้ผู้ใหญ่บ้านฟังตามความจริงอยู่แล้ว” จางวิ่งหลิงแสดงท่าทีเข้าอกเข้าใจ
จากคำพูดนี้ หลัวปินฟังออกแล้วว่าจางวิ่งหลิงถูกจับตัวไปเพราะหลัวเฟิง
จริงด้วย ความคิดของหลัวเฟิงเฉียบคมขนาดนั้น ใครก็ตามที่เข้าบ้านย่อมเป็นคนแรกที่เขาสงสัย
