“แม่ หนูไม่อยากจากแม่จริง ๆ หนูรักแม่มากเหลือเกิน หนูจะรักแม่ตลอดไปตลอดชาติ”
อำเภอชิงเหอ ถนนวิหารวรรณกรรม บ้านเล็กของตระกูลหลู
แต่เช้าตรู่ยังมืดครึ้ม บ้านก็ดังลั่นไปด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นจนกลบทุกสิ่ง
เสี่ยวสือโถวกอดขานางหลี่แน่นจนติด ร่างน้อย ๆ สั่นเป็นจังหวะไปกับเสียงสะอึก น้ำมูกน้ำตาเปื้อนเต็มหน้า
นางหลี่ถูกกอดขาไว้จนก้าวไปไหนไม่ได้ นางทำท่าอ่อนหย่อนเต็มที่ ยืนมือจะแกะเจ้าตัวออก แต่ดึงเท่าไรก็ไม่หลุด
“ได้ ๆ ได้แล้ว แม่เข้าใจแล้ว”
พอได้ยินดังนั้น เสี่ยวสือโถวยิ่งกอดแน่นขึ้น เสียงร้องไห้ก็ดังขึ้นอีกหลายระดับ
“แม่ หนูจะรักแม่ตลอดไปตลอดชาติเลย!”
ใต้ชายคาข้าง ๆ เจิ้งหนิงกอดอกมองละครความรักอันลึกซึ้งของแม่ลูกสาวทั้งคู่ สุดท้ายก็อดหัวเราะทีหลังไม่ได้ ต้องเผลอพรึดออกมา
“ร้องเหรอ ร้องก็เปล่าประโยชน์ ร้องยังไงก็ต้องไปโรงเรียนกุดั่นให้ฟูจื่อตบฝ่ามืออยู่ดี”
เสี่ยวสือโถวพอได้ยินประโยคนั้น ยิ่งร้องไห้กึกก้องกว่าเดิม
“แม่ หนูไม่อยากจากแม่ หนูไม่อยากแยกกับแม่!”
เสี่ยวสือโถวพยายามปลุกความเป็นแม่ของนางหลี่ขึ้นมา
นางหลี่จ้องดุเจิ้งหนิงเต็ม ๆ อย่างโกรธเคือง เพิ่งจะเกลี้ยกล่อมเจ้านี่ให้ออกจากบ้านได้เกือบทัน กำลังจะถูกเจ้าเด็กคนนี้ทำให้ล้มเหลวอีกแล้ว
นางย่อตัวลง ใจเย็น ๆ พูดกับเสี่ยวสือโถวว่า “เจ้าไปที่โรงเรียนกุดั่นอย่างดี ๆ นะ พี่ชายแต่ก่อนก็ผ่านมาแบบนี้ แม่ไม่ต้องส่งถึงโรงเรียนด้วยซ้ำ อยู่ที่นั่นเชื่อฟังครูดี ๆ พอเลิกเรียน แม่จะให้พ่อมารับ”
นางหลี่สงสัยจริง ๆ ว่าเจ้าเด็กคนนี้เป็นเนื้อเดียวกับนางหรือไม่ ทำไมถึงต่างจากหลูเกอราวกับฟ้ากับเหว
