ขณะนั้นเอง บ่าวคนหนึ่งถือกองกระดาษคำตอบเดินรุดเข้ามา วางลงบนโต๊ะเขียนของเว่ย์ฉางชิงอย่างเคารพนอบน้อม
“ท่านผู้ว่า กระดาษคำตอบรอบที่สามมาส่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ภายในหอเก๋าเหวินกวง คณะตรวจกรมที่ยังจมอยู่ในบทวรรณนโยบายรอบที่สองของหลูหลิน ได้ยินดังนั้นจึงค่อยรื้นคิดขึ้นมา
“โอ้ รอบที่สามมาถึงแล้วสินะ!”
“ช่างรวดเร็วเหลือเกิน!”
“เป็นเพราะพวกเราตรวจกระดาษจนหลงลืมกาลเวลาต่างหาก!”
“รอบที่สามคือบทกวีเฉียน!”
ตรวจกรมคนหนึ่งระลึกตัวขึ้น แววตื่นตื่นเต้นปรากฏบนใบหน้าทันที “ท่านผู้เจริญทั้งหลาย บทกวีเฉียนมาแล้ว!”
คำพูดดังขึ้น ทุกชีวิตรวมทั้งเว่ย์ฉางชิงต่างลุกวาวขึ้นทันที
ใครเล่าไม่รู้ว่าบทกวีเฉียนของหลูหลินดังกระฉ่อนไปทั่วแผ่นดินนานแล้ว ที่ราชธานีหาซื้อได้ยากยิ่งแม้จ่ายพันทอง
ณ ราชธานี ในการประลองวิชากับพุทธศาสนา หนึ่งบทเจิ้งชี่เกอกลายเป็นคำสัตย์เป็นจริง ข่มพระสงฆ์รูปเอกแห่งนครต่าง ๆ ในแดนตะวันตกจนไม่อาจเงยหน้าขึ้นได้
ณ ท่าน้ำแห่งการจากลา บทกลอนส่งผังเชิง ท่อนว่า “หาคนรู้จักข้ามิใช่ยากทั่วใต้หล้า” ยังความสูงใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนแก่กวีแห่งการจากพราก
มิแน่ใจว่าครั้งนี้ เผชิญวิกฤตที่ปีศาจป่าเถื่อนเปิดประตูเมืองรุกราน แม่น้ำและภูผาเปื้อนเลือด เอกแห่งหลินอานผู้นี้จะเขียนบทใดออกมาอีก
ตรวจกรมคนหนึ่งรีบรับกระดาษจากมือขุนนางน้อย แล้วหัวเราะประชดประชันกับทุกคนว่า “ท่านผู้เจริญทั้งหลาย พวกเราคนละส่วนกันเถิด ดูกันเถอะว่าผู้ใดจะมีโชคลาภ ได้อ่านกระดาษคำตอบของจั่วจือก่อนผู้ใด!”
