ช่วงนั้นเอง คังเฉิงหมินกับฉินโหย่วเต๋อก้าวเดินมาพร้อมกัน พอดีได้ยินถ้อยคำไร้ต้นไร้ปลายของหลูหลิน
คังเฉิงหมินขมวดคิ้วขึ้น "เก็บเกี่ยวลูกพีช? จั่วจือ เกิดเรื่องอะไรขึ้น เราทำไมไม่ได้รับข่าวกระไร ใครกันจะมาเก็บเกี่ยวลูกพีช"
ฉินโหย่วเต๋อก็รู้สึกแปลกใจไม่แพ้กัน ยามนี้สำนักตรวจการแลกเปลี่ยนนั้นมิใช่ที่ใดที่ใครจะยื่นมือเข้าไปวางอำนาจได้ง่าย ๆ นัก ยิ่งกว่านั้นตนเองก็มิได้รับข่าวสารใด ๆ เลย
หลูหลินส่ายหน้า แล้วเล่าคาดเดาของตนออกมา "ท่านผู้นั้นเมื่อครู่ ถ้าเราคาดไม่ผิด คงเป็นคนของตระกูลเซียวแห่งหลานหลิง"
ตระกูลเซียวแห่งหลานหลิง!
เพียงสี่คำเท่านั้น สีหน้าของคังเฉิงหมินกับฉินโหย่วเต๋อก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันที
คาดเดาของหลูหลินมิใช่เรื่องไร้รากฐานแต่อย่างใด
นานมาแล้วก็เคยคิดไว้แล้ว สำนักตรวจการแลกเปลี่ยนขนส่งแห่งเจียงหนานที่หมุนเงินเข้าเนื่องวันละพันทองเช่นนี้ ราชสำนักจะปล่อยให้สมาคมจื่อเฉียงครอบครองต่อไปได้อย่างไร
มันไม่เข้าทำนองเนื่องในหลักของวงราชการ
หาแต่ไม่คิดว่าจะมาเร็วเช่นนี้ และมาโดยตรงถึงเพียงนี้
คังเฉิงหมินได้ฟังดังนั้นก็ขบคิด ชั่วครู่ต่อมาราวกับนึกอะไรได้ จึงเสริมขึ้นว่า
"เคยได้ยินเพื่อนขุนนางในเมืองหลวงกล่าวไว้ว่า ท่านเซียวรองเสนาบดีกระทรวงเรือนคลังช่วงนี้เดินทางหาเสียงในราชสำนักอย่างคล่องแคล่ว ทูลทักท้วงต่อหน้าอัครเสนาบดีหลายคราว ว่าให้วางระเบียบนโยบายใหม่ของแต่ละแคว้นให้เป็นปึกแผ่น ปกครองแต่เพียงชุดเดียว... กระนั้น จะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่"
ปากกาเดียวย่อมเขียนเซียวออกมาได้เพียงอย่างเดียว
เบื้องหน้ามีรองเสนาบดีคนหนึ่งวิ่งเต้นในราชสำนักอย่างขะมักเขม้น เบื้องหลังมีบุตรหลานตระกูลเซียวเดินเข้าเมืองหลินอานมาแสดงอำนาจ
