หลูโห่วถูกภรรยาตอกกลับจนพูดไม่ออก ใบหน้าแดงก่ำ
เขานึกว่าเรื่องที่ตนแอบส่งเงินไปช่วยทางบ้านเก่า ภรรยากับบุตรชายไม่รู้เสียอีก
ไม่คิดเลยว่าที่แท้พวกเขารู้กระจ่างมานานแล้ว
นางหลี่เห็นท่าทางอึดอัดของเขา ก็แค่นเสียงเย็นชาคราหนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อว่า
“เจ้าไม่คิดจริง ๆ หรอกนะว่าซ่อนได้มิดชิดนัก?”
“เงินกับสินค้าที่อยู่ในร้าน ข้าก็เป็นคนดูแล บัญชีร้านจะมีกำไรแค่นั้นได้อย่างไร”
หลูหลินยืนฟังมารดาตอกกลับบิดาอยู่ข้าง ๆ แล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้
เขาย่อมรู้ดีว่า คนนอกที่ไม่สำคัญในปากมารดา ย่อมหมายถึงครอบครัวของท่านปู่
แม้ตอนนั้นจะตัดขาดความสัมพันธ์กันกลางศาลไปแล้ว แต่บิดาใจอ่อน ถึงอย่างไรก็ยังคำนึงถึงสายเลือดและความผูกพัน คอยแอบให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ
เรื่องนี้ไม่ใช่มีเพียงเขาที่รู้ มารดาก็รู้กระจ่างเช่นกัน เพียงแต่ไม่เคยห้ามปราม
หลูโห่วฟังจบก็ถอนหายใจยาว แววตาเปี่ยมด้วยความซาบซึ้ง
เขารู้ว่าภรรยากับบุตรชายต่างเข้าอกเข้าใจเขา
นางหลี่เห็นท่าทางของเขา น้ำเสียงจึงอ่อนลงบ้าง แต่เมื่อนึกถึงเรื่องชวนปวดหัวที่พี่ชายของหลูโห่วเคยก่อไว้ ก็ยังอดกำชับเขาสักคำไม่ได้
“เจ้าจะส่งเงินไปให้บิดามารดา ข้าไม่ห้าม”
“แต่เรื่องอย่างคราวก่อนที่พี่ชายเจ้าเฝ้าอยู่หน้าประตูบ้านเราทั้งคืน ต่อไปห้ามให้เกิดขึ้นอีก”
“ดูเอาเถิด คนอย่างไรกัน อายุปูนนี้ครึ่งตัวก็ลงไปอยู่ในโลงแล้ว ยังคิดจะเล่นงานบุตรชายข้า ไม่ลองคิดดูบ้างหรือว่าเมื่อก่อนตนทำเรื่องชั่วช้าอะไรไว้”
หลูโห่วรีบพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว”
