รุ่งเช้าวันถัดมา แสงอรุณเพิ่งส่องสลัว
นางหลี่กับหลูโห่วที่เร่งรีบจะกลับ ต่างจัดข้าวของเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เช้าตรู่
ครั้นหลูหลินเรียนยามเช้าเสร็จและมาถึง ทั้งหมดก็เดินทางไปยังสวนชิงซิน โดยมีหลูหลินนำทาง
ฮูหยินหลิวเพิ่งจัดปิ่นปักผมให้เรียบร้อยด้วยความช่วยเหลือของสาวใช้ พอได้ยินว่านางหลี่กับพวกจะกลับ ก็รีบให้คนเชิญทุกคนเข้ามา
“น้องสาว เหตุใดถึงรีบร้อนกลับนักเล่า”
“นายท่านเพิ่งไปพบสหายที่เมืองประจำมณฑลเมื่อวันก่อน ยังบ่นอยู่เลยว่า พอกลับมาแล้วจะต้องขอบคุณพวกท่านให้ดีสักหน่อย”
นางหลี่ฝืนยิ้มออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
“ขอบคุณฮูหยินที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ”
“เพียงแต่ที่บ้านยังมีธุระมากมาย ข้าจึงปลีกตัวไม่ได้จริง ๆ”
ปากกล่าวคำเกรงใจ ทว่าในใจกลับเหมือนมีหนามตำอยู่ ไม่อาจสงบลงได้แม้ชั่วขณะ
เมื่อเห็นบุตรชายอยู่ดีมีสุขในตระกูลหลิวเช่นนี้ นางย่อมดีใจยิ่งกว่าใคร และแทบอยากอยู่เป็นเพื่อนเขาต่ออีกหลายวัน
แต่พอนึกถึงเรื่องเมื่อวาน นางหลี่ก็รู้สึกราวกับนั่งอยู่บนพรมเข็ม
เรื่องแบ่งแยกครอบครัวยังไม่ลงตัว นางก็เอาแต่กังวลว่าพี่ชายคนโตของสามีจะก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก ไปพูดจาเหลวไหลข้างนอก ทำลายชื่อเสียงของหลินเอ๋อร์
เรื่องนี้ทรมานยิ่งกว่าพรากชีวิตนางเสียอีก
ฮูหยินหลิวมองออกทันทีว่านางหลี่มีเรื่องหนักใจ จึงหันไปมองหลูหลิน
“หลูเกอ เจ้าไม่เกลี้ยกล่อมท่านแม่หน่อยหรือ”
“เพิ่งมาถึงได้ไม่นานก็จะกลับเสียแล้ว หากแพร่งพรายออกไป คนอื่นคงคิดว่าตระกูลหลิวของเราไม่รู้จักวิธีต้อนรับแขก”
“พอนายท่านกลับมา เขาต้องตำหนิข้าแน่”
