เมื่อเก็บอารมณ์เรียบร้อยแล้ว หลูหลินก้าวเข้าประตูบ้านด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
เดินตรงไปนั่งลงที่ม้าหิน แล้วอุ้มเสี่ยวสือโถวที่กำลังเอาดวลกับห่วงเก้าวงอยู่มาไว้ในอ้อมก้อง
“พ่อวันนี้เก็บร้านเสร็จช่างเร็วเหลือเกิน” หลูหลินแปลกใจไม่น้อย
ธรรมดา ร้านเครื่องในค้าขายครึกครื้นนัก บิดายุ่งจนเท้าแทบไม่แตะพื้น ไม่มืดมิดย่อมไม่กลับ
ไม่ก็มารดาจัดอาหารเสร็จ แล้วให้เสี่ยวสือโถวหิ้วกระติกอาหารไปส่งที่ร้าน
อย่างวันนี้ กลับมาก่อนเวลามื้ออาหาร หาได้ยากยิ่ง
หลูโห่วดูดยาสูบหนึ่งคำ ยิ้มแห้ง ๆ ไม่พูดอะไร ชักแต่เงยหน้ามองไปทางนางหลี่ที่ริมบ่อน้ำ
นางหลี่ได้ยินเสียงดังนั้น จึงเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน แล้วลั่นปากขึ้นโดยไม่หันหลัง น้ำเสียงเปี่ยมด้วยกลิ่นอายของความขมขื่น
“เขากล้าไม่กลับมาให้เร็วเรอะ!”
“เช้านี้ตอนออกจากบ้าน ได้ยินข้าพูดปราโมทย์สั้น ๆ ว่าเมื่อคืนเจ้าอ่านหนังสือกันจนตลอดรอดฝัน กลัวเจ้ากินไม่ได้นอนไม่หลับ จึงรีบรุดกลับมาเสียเอง!”
นางหลี่พูดจบก็หันกาย ขวับตามองหลูโห่วเข่งหนึ่ง ผักสดในมือถูกนางสะบัดจนสะบัดเสียงเพี๊ยะ
“หลูเกอ เจ้ายังไม่รู้หรอก! ก่อนที่เจ้าจะกลับมา พ่อเจ้ายังลุกขึ้นด่าข้าอึงคะนึงเลย! ตำหนิว่ามารดาอย่างข้าเลี้ยงดูเจ้าไม่ดี ทำให้เจ้าเหนื่อยหนัก!”
นางหลี่ยิ่งพูดยิ่งอาการ ความแค้นใจที่เก็บอัดไว้ในอก พอได้เห็นบุตรจึงระบายออกมา
“เจ้าลองบอกข้าหน่อยเถิด นี่มันนับหน้าประมาณอะไรกัน! ข้าขวนขวายเลี้ยงดูเจ้ามาถึงเพียงนี้ กลายเป็นคนนอกไปแล้วรึ! ตัวเขาน่ะกลายเป็นพ่อแท้ ๆ เสียแล้วรึ!”
