เรื่องที่หนิวหวาออกไปทะเลาะวิวาทกับคนอื่นนอกบ้านก็พอว่า แต่เขายังลากอันอันไปด้วยทุกครั้งอีกต่างหาก
ฉินหยวนเจิ้งรู้สึกว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่ใช่ทางแก้
เพื่อป้องกันไม่ให้หนิวหวาไปก่อเรื่องข้างนอกจนถูกเรียกผู้ปกครองอีก
ฉินหยวนเจิ้งจึงตัดสินใจว่า พอหนิวหวาเลิกเรียนก็จะพาไปที่หน่วยทันที
ตอนนี้ฉินหยวนเจิ้งยังทำงานอยู่ในเขตเหมืองของเมืองหลงเฉิง บริเวณนี้ได้รับการปรับปรุงจนดีมากแล้ว
ขอแค่เด็กไม่วิ่งเล่นไปทั่ว ก็ไม่มีอันตรายอะไร
ฉินหยวนเจิ้งไม่ยอมให้เฉียวหลานซูไปรับหนิวหวา ตอนเขาไปทำงานก็จะส่งหนิวหวาไปโรงเรียนอนุบาล
พอหนิวหวาเลิกเรียน ก็ให้ทหารยามไปรับมาที่หน่วย ถ้าฉินหยวนเจิ้งว่างก็จะพาหนิวหวาฝึกด้วยตัวเอง
ถ้าไม่ว่าง ก็จะฝากหนิวหวาไว้กับทหารยาม ให้ทหารยามคนหนึ่งคอยพาหนิวหวาต่อยกระสอบทราย ฝึกชกมวย แล้วยังพาไปวิ่งรอบสนามฝึกด้วย
อย่างไรเสีย เด็กพลังงานล้นเหลือแบบนี้ รับมือได้ด้วยคำเดียวคือ ฝึก!
หนิวหวาฝึกหนักจนหิวเร็ว ฉินหยวนเจิ้งจึงเพิ่มเงินให้โรงอาหาร จัดให้หนิวหวากินข้าวพิเศษที่โรงอาหาร
ทุกบ่ายหลังเลิกเรียน หนิวหวาจะถูกหิ้วไปฝึก พอผ่านไปสองชั่วโมง หนิวหวาที่หิวจนท้องร้องก็จะตามทหารยามไปกินข้าวที่โรงอาหาร มื้อหนึ่งกินหมั่นโถวข้าวสาลีขาวถึงสี่ลูก ยังไม่นับโจ๊กกับน้ำแกงต่างๆ
โรงอาหารของหน่วยมีเนื้อให้กินอยู่บ่อยๆ หนิวหวาได้กินเนื้อทุกวัน จึงมีความสุขไม่น้อย
ฉินหยวนเจิ้งถามว่าต่อไปยังจะไปฝึกที่เขตเหมืองอีกไหม หนิวหวาก็พยักหน้าบอกว่าจะไป เพราะที่นั่นกินเนื้อได้ไม่อั้น!
ด้วยวิธีนี้ ฉินหยวนเจิ้งก็ควบคุมหนิวหวาได้ ส่วนอันอันกับเซี่ยเซี่ยยังเด็กอยู่
เฉียวหลานซูจึงตั้งใจทบทวนบทเรียนได้อย่างสบายใจอยู่พักหนึ่ง ไม่นาน ข่าวเรื่องการกลับมาจัดสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็แพร่กระจายผ่านวิทยุ
ทั้งประเทศต่างตื่นตะลึง
คนหนุ่มสาวนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะปัญญาชนลงชนบท ต่างรีบไปสมัครสอบกันอย่างไม่ยอมใคร
ทันทีที่ข่าวการกลับมาจัดสอบเข้ามหาวิทยาลัยแพร่ออกมา ก็มีข่าวตามมาว่าจะสอบกันในฤดูหนาวนี้
ประเทศชาติต้องการบุคลากร รอถึงเดือนกรกฎาคมปีหน้าไม่ไหวแล้ว ปีนี้จึงต้องจัดสอบเข้ามหาวิทยาลัยในฤดูหนาว
