เมื่อฉินหยวนเจิ้งถามเช่นนั้น เฉียวหลานซูก็ยิ่งอยากร้องไห้ขึ้นมาทันที
ไม่ใช่ว่าเธออ่อนแอหรือชอบร้องไห้ แต่หลังจากกลับมาเกิดใหม่ เธอก็อยู่บนรถไฟมาตั้งแต่แรกแล้ว ชาติที่แล้วตั้งแต่ก่อนฉินหยวนเจิ้งเสียชีวิตจนถึงหลังจากเขาเสียชีวิต เธอแทบไม่ได้พบพ่อเลยเป็นเวลาราวสองปี
ชาติที่แล้ว พอเธอมาถึงภาคเหนือก็ถูกขังอยู่ในถ้ำดิน ทำให้กลายเป็นคนสาบสูญ
เฉียวปิงเจาพ่อของเธอ หลังจากเธอหายตัวไปได้ครึ่งปี ก็ยังอุตส่าห์เดินทางมาที่หลงเฉิงเพื่อตามหาเธอโดยเฉพาะ
แน่นอนว่าเขากลับไปมือเปล่า
แต่เพราะเฉียวปิงเจามาที่นี่ เขาจึงพบว่าซุนหมิงหยงไม่ได้ไปรับเฉียวหลานซู จนเป็นเหตุให้เธอหายตัวไป ทั้งซุนหมิงหยงยังมีภรรยาและเด็กอยู่แล้ว เฉียวปิงเจาจึงไปแจ้งเรื่องซุนหมิงหยงต่อคณะกรรมการปฏิวัติมณฑล
เขาส่งเงินและบัตรเสบียงให้ซุนหมิงหยงไปมากมาย ทั้งยังมีหลักฐานครบถ้วน แต่ตอนนั้นเฉียวหลานซูยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เฉียวปิงเจาก็เป็นคนต่างถิ่น ไม่มีใครช่วยเหลือเขา
ทั้งสองแห่งอยู่ห่างกันเกินไป การรวบรวมหลักฐานก็ยากลำบาก ซุนหมิงหยงจึงเพียงแค่ตกงาน ไม่ได้ถูกส่งไปใช้แรงงานบำบัด
แต่ก็นับว่าโชคดีที่เฉียวปิงเจาไปติดต่อทั้งสถานีตำรวจ คณะกรรมการปฏิวัติ และสหพันธ์สตรีมาแล้ว เมื่อเฉียวหลานซูหนีออกจากถ้ำดินและไปขอความช่วยเหลือจากสหพันธ์สตรี ทุกคนจึงได้รู้ว่าที่แท้ผู้ชายจากภาคใต้คนนั้นพูดความจริง
ลูกสาวของเขาหายตัวไปที่หลงเฉิงจริง ๆ แถมยังถูกลักพาตัวด้วย
