เฉียวหลานซูถูกฉินหยวนเจิ้งสั่งสอนไปสองประโยค ก็เชื่อฟังขึ้นมาทันที
คราวนี้ฉินหยวนเจิ้งโกรธจริง ๆ ไม่เพียงเรียกชื่อเต็มของเธอ ทั้งคำพูดยังดุดัน เฉียวหลานซูจึงนั่งเรียบร้อยอยู่ในรถ ก้มหน้าลง ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ฉินหยวนเจิ้งเห็นเธอเป็นแบบนั้น ก็พลันรู้สึกสงสารขึ้นมาอีก
เขารู้สึกจริง ๆ ว่าตัวเองถูกเธอกุมเอาไว้เสียอยู่หมัดแล้ว
ภรรยาสาวแสนน่ารักคนนี้ เขาดุไม่ได้ ด่าไม่ลง แค่ตำหนิไปสองประโยค ภรรยายังไม่ทันเป็นอะไร เขาก็กลับสงสารเธอเสียก่อน
ฉินหยวนเจิ้งมองเฉียวหลานซูอย่างจนใจ แต่ก็ยังไม่หายขุ่นเคือง จึงยื่นมือไปบีบคางเธอ ยกใบหน้าเธอขึ้นมาสบตาแล้วถามว่า “คุณเสี่ยวเฉียว รู้หรือยังว่าตัวเองผิด”
เฉียวหลานซูรีบพยักหน้า พูดอย่างว่าง่ายว่า “พี่เจิ้ง หนูรู้แล้วว่าผิด คราวหน้ารับรองว่าจะไม่ทำอีกค่ะ”
ฉินหยวนเจิ้งไม่ค่อยเชื่อ จึงถามต่อว่า “ถ้าคราวหน้าเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนอะไรนั่นของคุณมาขอให้ช่วยอีก คุณจะไปไหม”
เฉียวหลานซู “……”
ในใจเฉียวหลานซูคิดว่า แน่นอนว่าต้องไปสิ
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าฉินหยวนเจิ้ง เธอก็ไม่กล้าพูดออกไปนี่นา
เธอจึงเงียบไปครู่หนึ่ง ผ่านไปสองวินาทีก็ยังไม่เอ่ยปาก ฉินหยวนเจิ้งออกแรงบีบแก้มเธอเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดเสียงเข้มว่า “ผมว่าคุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองผิดอะไร”
เฉียวหลานซู “……”
เฉียวหลานซูรีบแก้ตัวว่า “งั้นหนูไม่ไปแล้วค่ะ ไม่ไปแล้ว แบบนี้ได้ไหมคะ”
ฉินหยวนเจิ้งไม่พูดอะไร เขาสตาร์ตรถแล้วขับตรงกลับบ้าน
