เมื่อหลิวเว่ยหงเห็นเว่ยเจิ้งเหยียเดินเข้ามา ก็รีบเข้าไปต้อนรับอย่างกระตือรือร้นทันที “ผู้อำนวยการเว่ย มาหาฉันมีธุระอะไรหรือคะ”
เว่ยเจิ้งเหยียเล่าเรื่องลูกสาวของตนให้ฟัง แล้วถามหลิวเว่ยหงว่า “งานทางโรงหมักผักดองไม่ค่อยเหมาะกับลูกสาวฉัน ทางเธอยังมีตำแหน่งว่างอยู่เยอะใช่ไหม”
พอหลิวเว่ยหงได้ยินเช่นนั้นก็เงียบไปครู่หนึ่ง ในใจเข้าใจดีว่าเว่ยเจิ้งเหยียอยากหางานสบาย ๆ ให้ลูกสาวนั่นเอง
คิดว่าโรงขนมอบของพวกเธอเป็นที่รับคนไร้ประโยชน์หรืออย่างไร ใคร ๆ ก็รับเข้ามาได้งั้นหรือ
แต่ถึงอย่างไรเว่ยเจิ้งเหยียก็เป็นผู้อำนวยการโรงงาน มีอำนาจรองจากผู้จัดการโรงงานเท่านั้น หัวหน้าแผนกอย่างพวกเธอย่อมไม่กล้าล่วงเกินเขา
เว่ยเจิ้งเหยียพูดต่อว่า “เข้าฤดูหนาวแล้ว อีกไม่นานก็สิ้นปี งานของโรงขนมอบคงหนักไม่น้อยเลยใช่ไหม”
หลิวเว่ยหงยิ้มพลางพยักหน้า “ใช่ค่ะ ช่วงนี้พวกเรายุ่งกับการทอดขนมเกลียวทอดเป็นหลัก ขนมเกลียวทอดชิ้นเล็กของโรงงานเราขายดีทุกปี ปีที่แล้วของยังไม่พอขายเลย ปีนี้โควตาแป้งก็เพิ่มขึ้นอีกห้าพันจิน”
เมื่อเทียบกับปีก่อนแล้ว ปริมาณงานปีนี้หนักขึ้นมากจริง ๆ โรงขนมอบจึงต้องเพิ่มกำลังคน
ต้องผลิตให้ทัน เพื่อให้ทุกคนได้ฉลองปีใหม่กันอย่างมีความสุข
เว่ยเจิ้งเหยียจึงพูดต่อว่า “ถ้าอย่างนั้นก็พอดีเลย หงเหมยเพิ่งเริ่มงานวันนี้เป็นวันแรก เธอถนัดทำอาหารจากแป้งมาก ไม่ว่าจะขนมปังหรือบิสกิตก็ทำได้ดีทั้งนั้น ตอนอยู่บ้านก็ทำของพวกนี้อยู่บ่อย ๆ ฉันให้เธอมาลองทำดูได้ไหม”
