วันนี้เฉียวหลานซูได้แต่ถ่วงเวลาเขาไว้ก่อน ไม่ให้เขาออกไปกับเจิ้งต้าหลิว พรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานแล้ว รอพรุ่งนี้ตอนบ่ายหลังเลิกงาน เฉียวหลานซูตั้งใจจะไปพบเติ้งเสียวเจิน พี่สะใภ้ลูกพี่ลูกน้องของเธอ ให้ช่วยจับตาดูเติ้งเหวยจวินหน่อย
เฉียวหลานซูหยิบตะกร้าหวายใบหนึ่งออกมาจากห้อง เตรียมไปตลาดนัดเคลื่อนที่กับหวางเสวี่ยเพื่อซื้อขนมเกลียวทอด
หวางเสวี่ยคิดถึงขนมเกลียวทอดนั่นมาทั้งวันทั้งคืน ก่อนหน้านี้เธอรู้สึกว่าแพง จึงไม่กล้าซื้อเยอะ ผลปรากฏว่าซื้อกลับไปไม่ถึงวันเดียว คนทั้งครอบครัวก็กินหมดเกลี้ยง
เธอมีลูกชายสองคน ทั้งคู่เรียนอยู่ชั้นประถม กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต กินเก่งมาก ปกติก็ได้แต่กินโจ๊กธัญพืชหยาบกับแทะมันฝรั่ง อาหารไม่มีน้ำมันเลยสักนิด ทุกวันจึงหิวโหยกันตลอด
หวางเสวี่ยถอนหายใจแล้วพูดว่า “เลี้ยงเด็กนี่ไม่ง่ายเลยจริง ๆ หาอะไรกินให้พวกเขาก็ยากเหลือเกิน”
เฉียวหลานซูได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร
อย่างไรเสียเธอก็ไม่มีเรื่องให้กังวลแบบนี้ และต่อไปเธอก็ไม่มีวันมีลูก เรื่องเกี่ยวกับเด็ก เธอจึงร่วมพูดไม่ได้
ทั้งสองมาถึงสถานที่เดิมที่เคยมา คราวนี้ก็ยังเห็นหญิงคนนั้นสะพายตะกร้า ใช้ผ้าสีดำคลุมไว้ เดินมองหาลูกค้าไปทั่วเพื่อขายขนมเกลียวทอด
หวางเสวี่ยพึมพำว่า “ผู้หญิงคนนี้ไปหาแป้งมาจากไหนตั้งเยอะแยะ เอามาทอดขนมเกลียวทอดได้ขนาดนี้ ครอบครัวแบบไหนกันนะ”
เฉียวหลานซูก็สงสัยเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่ตามมาซื้อขนมเกลียวทอดอีกครั้ง
พอหญิงคนนั้นเห็นหวางเสวี่ยกับเฉียวหลานซู ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เธอรีบเดินเข้ามาหาแล้วพูดว่า “สหายทั้งสองมาหาฉันใช่ไหม”
พูดพลาง เธอก็เปิดผ้าสีดำที่คลุมตะกร้าออก
