เฉียวหลานซูออกมาจากคลังสินค้า แล้วมุ่งหน้าไปยังตึกสำนักงานของผู้จัดการโรงงาน
ในห้องทำงานของหยางเหวินหยาน เลขาว่าการเหวินก็นั่งอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีหัวหน้าแผนกบุคคล รวมถึงหัวหน้าแผนกและหัวหน้าฝ่ายผลิตคนอื่น ๆ อยู่กันพร้อมหน้า
หลิวเว่ยหงที่เพิ่งทะเลาะกับเฉียวหลานซูเมื่อตอนเช้า ก็ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนเช่นกัน
พวกเขาเพิ่งประชุมฝ่ายบริหารกันเสร็จ
เฉียวหลานซูก้าวเข้ามา เห็นคนมากมายแต่สีหน้าไม่เปลี่ยน เดินเข้ามาอย่างเป็นปกติ “ผู้จัดการโรงงาน คุณเรียกฉันหรือคะ”
หยางเหวินหยานพยักหน้า สีหน้าซับซ้อน “น้องเฉียว เราส่งคนไปสืบเรื่องโปสเตอร์ประณามแล้ว ประเมินเบื้องต้นว่าน่าจะแปะขึ้นเมื่อคืนช่วงดึก แต่ยังสืบไม่ได้ว่าใครเป็นคนแปะ”
เฉียวหลานซู “...”
เมื่อได้ยินผลเช่นนี้ เฉียวหลานซูก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังมากนัก
เธอคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าผลจะเป็นแบบนี้
ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าทำเรื่องใส่ร้ายป้ายสีความบริสุทธิ์ของคนอื่น ก็ย่อมเตรียมการปกปิดตัวตนมาอย่างดี
ไม่มีทางปล่อยให้ใครเห็นได้หรอก
ตอนนี้เป็นฤดูหนาว กลางดึกทั้งลมแรงทั้งหนาวจัด แทบไม่มีใครออกจากบ้าน
ในห้องเวรของโรงงานผลิตอาหารมีพี่รักษ์การเข้าเวรอยู่ แต่พี่รักษ์การอายุมากแล้ว กลางดึกอากาศหนาว จะให้คอยจับตาดูทั่วทั้งโรงงานตลอดเวลาก็เป็นไปไม่ได้
อีกอย่าง ยุคนี้แทบไม่มีขโมยอยู่แล้ว อย่างไรเสียคณะกรรมการปฏิวัติก็อยู่ในตัวเมือง ใครจะกล้าเอาชีวิตมาเสี่ยงขโมยของในโรงงานผลิตอาหาร
พี่รักษ์การเผลอหละหลวม กำแพงก็ไม่สูงนัก แค่ปีนเข้ามาแปะโปสเตอร์ประณามสักแผ่น จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องง่ายมาก
