กินข้าวเสร็จ ลุงหวงก็ถือชาครึ่งชั่งที่เฉียวหลานซูจัดใส่ถุงให้ พร้อมกับเนื้อหมูเค็มหนึ่งชิ้น เดินจากไปอย่างมีความสุข
ฉินหยวนเจิ้งถือไม้กวาดกับไม้ถูพื้น เก็บกวาดบ้านอยู่ครึ่งค่อนวัน
ในที่สุดก็ทำความสะอาดบ้านจนเรียบร้อย
กังที่เพิ่งก่อเสร็จดูแน่นหนามั่นคงดี เขานอนกังมาตั้งแต่เด็ก พอเห็นกังก็รู้สึกชอบขึ้นมา
เขายื่นมือไปลูบดู ดินที่ฐานยังไม่แห้ง ต้องผึ่งไว้ก่อน คืนนี้ทั้งสองคนคงต้องนอนเตียงไม้ในห้องข้าง ๆ ไปก่อน
เฉียวหลานซูล้างชามกับตะเกียบจนสะอาดแล้วจึงเดินเข้ามา ถามเขาว่า “พี่เจิ้ง มีอะไรให้ฉันทำอีกไหม”
ฉินหยวนเจิ้งจัดการเก็บกวาดทั้งในบ้านและนอกบ้านเรียบร้อยแล้ว
เขาใช้ผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อ พลางมองเฉียวหลานซูแล้วพูดว่า “น้องเฉียว มานี่สิ”
เฉียวหลานซูจึงเดินไปหาเขา
ฉินหยวนเจิ้งคว้าตัวเธอเข้ามากอด แล้วก้มหน้าลงจูบเธอ
เฉียวหลานซู “……”
เฉียวหลานซูหน้าแดง หัวใจเต้นเร็ว เธอชอบฉินหยวนเจิ้ง และชอบใกล้ชิดกับเขา แต่ผู้ชายเถื่อน ๆ อย่างฉินหยวนเจิ้ง เวลาตื่นเต้นขึ้นมาก็มักจะไม่รู้จักหนักเบาอยู่บ้าง
เฉียวหลานซูถูกเขาจูบจนแทบรับไม่ไหว ฉินหยวนเจิ้งยังคงจูบเธอ พลางอุ้มเธอขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เฉียวหลานซูตกใจ รีบโอบคอเขาไว้กันตัวเองตกลงไป
แขนกำยำของฉินหยวนเจิ้งรองรับตัวเธอไว้ เขาพูดเสียงต่ำว่า “ทำไมตัวเบาขนาดนี้ เธอต้องกินให้อ้วนขึ้นหน่อยแล้ว”
พูดจบก็ไม่รอให้เฉียวหลานซูตอบ เขาดันเธอชิดผนังแล้วจูบต่อ
ครู่หนึ่ง เขาก็กระซิบถามข้างหูเธอด้วยเสียงห้าวว่า “กังนี่เป็นยังไงบ้าง”
ริมฝีปากของเฉียวหลานซูชาไปหมด เธอหน้าแดงแล้วพยักหน้า
