ตอนที่พวกเธอสองคนกลับมาถึงหน้าประตูโรงงานผลิตอาหาร จากระยะไกลก็เห็นรถของฉินหยวนเจิ้งจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงงานจริง ๆ
วันนี้ฉินหยวนเจิ้งมาแต่เช้า เขาสวมเสื้อโค้ททหารที่ดูเรียบร้อยเข้ารูป สวมหมวกทหาร และสวมรองเท้าบูทหนังแบบมีสายรัดข้อเท้า
เข็มขัดรัดเอวคอดกำยำของเขาไว้ ทำให้รูปร่างสูงใหญ่สง่าผ่าเผย ไหล่กว้าง เอวคอด ขายาว ใครเห็นก็ยากจะไม่หวั่นไหว
เวลานี้เขายืนอยู่หน้าประตูโรงงานผลิตอาหาร บนปีกหมวกและไหล่ยังมีเกล็ดหิมะเล็ก ๆ เกาะอยู่ มือทั้งสองล้วงกระเป๋า สีหน้าเรียบเฉยขณะพูดคุยกับพี่รักษ์การของโรงงาน
เวลานี้คนงานในโรงงานผลิตอาหารแทบจะกลับกันหมดแล้ว
บางครั้งมีกลุ่มพนักงานหญิงเดินผ่าน พอเห็นเขาก็หันกลับมามองอยู่บ่อย ๆ สายตากวาดมองทั้งรูปร่างและใบหน้าของเขา
หน้าประตูโรงงานผลิตอาหารไม่มีผู้คนสัญจรสักเท่าไร ฉินหยวนเจิ้งยืนอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ทำไมเฉียวหลานซูถึงรู้สึกว่าสีหน้าของเขาดูเคร่งขรึม ร่างสูงใหญ่ยืนตัวตรง ดูเย็นชาและน่าเกรงขามเล็กน้อย
หวางเสวี่ยแค่เหลือบมองอย่างรวดเร็วก็ไม่กล้าเข้าไปหา เธอพูดกับเฉียวหลานซูว่า “น้องเฉียว งั้นพี่ไปก่อนนะ อย่าลืมล่ะ คืนนี้ไปกินมื้อเย็นที่บ้านผู้อำนวยการหยางด้วย!”
เฉียวหลานซูยิ้มพลางพยักหน้า “วางใจเถอะค่ะ ฉันจำได้”
ครั้งก่อนที่พวกเขาไปกินมื้อเย็นด้วยกัน เป็นตอนที่เติ้งเหวยจวินกับหวางไห่ถังกำลังดูตัวกัน
คราวนี้ไปกินมื้อเย็นด้วยกัน เรื่องที่พูดคุยกันก็เป็นเรื่องแต่งงานของเติ้งเหวยจวินกับหวางไห่ถังแล้ว
ที่จริงเรื่องของเด็กสองคนนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นชอบแล้ว เติ้งเสียวเจินกับหวางเสวี่ยซึ่งเป็นพี่สาวของทั้งคู่ก็ปรึกษาหารือกันทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
มื้อเย็นวันนี้จึงถือเป็นงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของเติ้งเหวยจวินกับหวางไห่ถัง
อีกไม่กี่วันพวกเขาก็จะไปจดทะเบียน จากนั้นเติ้งเหวยจวินก็จะยื่นขอบ้าน พอมีบ้านก็เท่ากับมีครอบครัวเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง
หวางไห่ถังไม่มีสินเดิม และเธอก็ไม่ได้คิดจะเรียกสินสอด
สามีภรรยาช่วยกันออกเงินซื้อข้าวของเข้าบ้าน ส่วนพี่สาวทั้งสองกับพี่เขยก็ช่วยออกเงินเพิ่มอีกหน่อย ชีวิตคู่ก็จะได้เริ่มต้นอย่างราบรื่น
