ฉู่เหลียงจวินไม่คิดว่าฉู่ไหหมิงจะถามคำถามนี้กับเขาเร็วขนาดนี้
จากที่เขาสังเกตมา ฉู่ไหหมิงไม่เคยสนใจค่าใช้จ่ายในบ้าน ส่วนหนิวเหวยเฟินก็แทบไม่เคยเปิดดูลิ้นชักเล็ก ๆ ของเขา
ลิ้นชักใบนั้นอยู่ในตู้เสื้อผ้า มีผ้าห่มกับเสื้อผ้ากองบังไว้ ปกติเธอแทบไม่เคยแตะต้องบริเวณนั้นเลย
ตามที่ฉู่เหลียงจวินคาด หนิวเหวยเฟินคงจะพบความผิดปกติในลิ้นชักก็ตอนฉู่ไหหมิงได้รับเงินเดือนครั้งหน้า
แต่กว่าจะถึงตอนนั้นก็ยังมีเวลาอีกยี่สิบกว่าวัน เขาน่าจะพาเฉียวหลานซูกลับชนบทไปแล้ว
ฉู่ไหหมิงจ้องหน้าฉู่เหลียงจวิน และสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากสีหน้าของเขา
ใจของเขาเย็นวาบลงทันที ก่อนจะพูดเสียงเย็นว่า “เหลียงจวิน ฉันไม่ได้บอกแกหรือไงว่าต่อไปห้ามขโมยของอีก ทำไม ทำไมแกถึงเลิกนิสัยลักเล็กขโมยน้อยแบบนี้ไม่ได้สักที?”
เดิมทีฉู่เหลียงจวินรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่พอได้ยินฉู่ไหหมิงพูดกับเขาแบบนั้น เขาก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที สีหน้าบึ้งตึงขณะพูดว่า “ลุง ลุงไม่ได้บอกหรือไงว่าเรื่องหาภรรยาให้ผมในอนาคต ลุงจะจัดการให้ ตอนนี้ผมถูกใจผู้หญิงคนนั้นแล้ว ทำไมลุงไม่พูดว่าจะช่วยผมล่ะ?”
ฉู่เหลียงจวินไม่มีทั้งพ่อแม่และเงินทอง เวลาเขาถูกใจผู้หญิงคนไหน สิ่งที่คิดก็คือกดอีกฝ่ายให้จมดิน ทำลายชื่อเสียงของเธอจนป่นปี้ แล้วเขาก็จะได้พาเธอกลับบ้านมาเป็นภรรยา
เพราะมีเพียงวิธีนี้ เขาถึงจะคู่ควรกับอีกฝ่าย ไม่อย่างนั้นเธอจะยอมแต่งงานกับเขาได้อย่างไร?
แม้ฉู่ไหหมิงจะบอกว่าจะช่วย แต่เมื่อมีหนิวเหวยเฟินอยู่ด้วย ฉู่ไหหมิงก็แทบช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย
เขารู้เรื่องนี้ดีอยู่แก่ใจ
พอได้ยินเขาพูดแบบนั้น ฉู่ไหหมิงก็ยิ่งโกรธขึ้นมา สีหน้าเคร่งขรึมขณะถามว่า “เหลียงจวิน แกรู้หรือเปล่าว่าผู้หญิงที่แกถูกใจเป็นใคร?”
ฉู่เหลียงจวินตอบว่า “ก็แค่พนักงานเก็บของในคลังของโรงงานผลิตอาหารไม่ใช่หรือไง จะเป็นใครได้อีกล่ะ?”
ฉู่ไหหมิงขมวดคิ้ว พูดเสียงเข้มว่า “เธอเป็นครอบครัวนายทหาร! สามีของเธอเป็นผู้บังคับกองพันที่ 21! หลายวันนี้แกไปดักรอเธอที่โรงงานผลิตอาหารทุกวัน ไม่เห็นหรือไงว่าตอนเข้าออกงานมีทหารคอยคุ้มกันอยู่?”
