เมื่อเทศกาลตรุษจีนมาถึง ถนนที่ปกติเงียบเหงาเพราะอากาศหนาวก็พลันคึกคักขึ้นมาทันที
ถึงอย่างไรปกติทุกคนก็ต้องทำงาน เก็บคะแนนแรงงาน จึงไม่มีเวลาพักผ่อน
ตั้งแต่เทศกาลไหว้พระจันทร์มาจนถึงตอนนี้ ทุกคนก็ไม่ได้ครึกครื้นกันมานานแล้ว
สองสามวันนี้ เพื่อนบ้านตามลานบ้านต่าง ๆ ขี่จักรยานไปมากันขวักไขว่ บางคนตั้งโต๊ะไว้หน้าบ้าน หยิบกระดาษแดงกับพู่กันมาเขียนคำอวยพรตรุษจีนขายริมถนน
คนที่เขียนพู่กันสวยมักมีผู้คนล้อมโต๊ะจนแน่น ทุกคนกล่าวชมอย่างสุภาพสองสามประโยค ก่อนจะขอคำอวยพรไปสักคู่แล้วจากไป
เพื่อนบ้านต่างพากันครึกครื้น ช่วงตรุษจีนเช่นนี้ ต่อให้มีเรื่องบาดหมางกัน ก็ต้องรอให้พ้นปีใหม่ไปก่อนค่อยว่ากัน
หน้าประตูบ้านหลายหลังแขวนโคมแดง ประตูใหญ่ก็ติดภาพเทพเจ้าประตูและคำอวยพรตรุษจีน
ช่างรื่นเริงเสียจริง
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้คนอีกมากที่ต้องกลับบ้านเกิดไปฉลองตรุษจีน แม้แต่ในลานบ้านเขตทหาร คนก็ยังน้อยกว่าปกติมาก
เจ้าเจี้ยนหนงกับหวงเอ้อหลิงที่อยู่บ้านข้าง ๆ ก็พาลูกสาวสองคนกลับบ้านไปฉลองตรุษจีนแล้ว
เจ้าเจี้ยนหนงไม่ได้กลับบ้านมาสามปี วันหยุดปีนี้ก็ได้มาอย่างยากเย็น เขาจึงซื้อตั๋วรถไฟไว้แต่เนิ่น ๆ แล้วพาภรรยากับลูกเดินทางไป
เฉียวหลานซูกับฉินหยวนเจิ้งไม่มีครอบครัวอยู่ที่นี่ หลายปีก่อนฉินหยวนเจิ้งฉลองตรุษจีนเพียงลำพัง แต่ปีนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เขามีภรรยาแล้ว
ก่อนถึงตรุษจีน ฉินหยวนเจิ้งกับเฉียวหลานซูต่างเขียนจดหมายถึงครอบครัว บอกเรื่องที่เฉียวหลานซูตั้งครรภ์ แล้วส่งของขวัญปีใหม่ไปให้ทั้งสองฝ่ายด้วย
ของขวัญปีใหม่ที่เฉียวหลานซูส่งกลับบ้านเป็นฉินหยวนเจิ้งจัดเตรียมให้
ยุคนี้แผนการจัดสรรสินค้ามีข้อจำกัด ของขวัญปีใหม่ทางภาคเหนือที่เก็บได้นานก็มีแต่ของแห้ง เช่น บิสกิต ขนมเกลียวทอด วอลนัทกับพุทราจีน ฉินหยวนเจิ้งยังซื้อบุหรี่ตราแปะตันกับเหล้าเฟินจิวที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้ แล้วบรรจุลงกล่องใบใหญ่สองใบ
เขาเตรียมของขวัญปีใหม่เหมือนกันสองชุด ส่งกลับไปให้พ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย
กล่องแต่ละใบดูเหมือนบรรจุของจนเต็มและหนักอึ้ง ทว่าฉินหยวนเจิ้งยังรู้สึกว่าไม่พอ
