หลังจากนายทหารหลินเดินจากไป เฉียวหลานซูก็ขึ้นเตียงพักผ่อน
เธอเข้าโรงพยาบาลมาสองวันแล้ว ก่อนหน้านี้เป็นหวัดเพราะโดนความหนาว ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว เธอจะพักอยู่ในโรงพยาบาลตลอดไปก็ไม่ได้
วันรุ่งขึ้น เธอจึงหยิบเงินสิบหยวนไปฝากพยาบาลที่โรงพยาบาลให้ช่วยซื้อเสื้อบุนวมให้สักตัว
ร้านสหกรณ์การค้ามีทั้งสำลีและผ้าขายก็จริง แต่เสื้อผ้าสำเร็จรูปมีไม่มาก โดยเฉพาะคนรูปร่างเล็กอย่างเธอ ยิ่งหาเสื้อผ้าได้ยากเข้าไปใหญ่
พยาบาลจึงพูดกับเธอตรง ๆ ว่า “เอาอย่างนี้นะ ฉันคิดเงินเธอแค่ห้าหยวน ไม่ต้องให้บัตรฝ้ายฉันก็ได้ ฉันจะเอาเสื้อบุนวมกับกางเกงบุนวมที่เพิ่งตัดเสร็จของฉันให้เธอหนึ่งชุด แต่มันอาจจะใหญ่ไปหน่อย ใส่ไปก่อนนะ”
เพราะนายทหารในหน่วยต่างดูแลเฉียวหลานซูเป็นอย่างดี
อีกทั้งเฉียวหลานซูยังเป็นคนภาคใต้ อายุไม่มาก พูดจานุ่มนวล แม้แต่หมอกับพยาบาลก็ยังเอ็นดูเธอเป็นพิเศษ
พอได้ยินพยาบาลพูดแบบนั้น เฉียวหลานซูก็ซาบซึ้งใจมาก “ได้ค่ะ ขอบคุณพี่สาวมากเลยนะคะ”
เธอเรียกพี่สาวอยู่คำแล้วคำเล่า จนพยาบาลฟังแล้วชื่นใจ จึงพูดว่า “ฉันจะแถมถุงเท้าให้เธออีกสองคู่ด้วย ทางนี้หนาว ถ้าไม่มีถุงเท้าหนา ๆ ก็ไม่ได้หรอก”
เฉียวหลานซูเอ่ยขอบคุณไม่หยุด
ตอนนี้อากาศยังไม่หนาวนัก แต่พอถึงฤดูหนาวจริง ๆ แค่เสื้อบุนวมกับถุงเท้าหนา ๆ คงไม่พอ
แต่ถึงตอนนั้น เฉียวหลานซูอาจไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วก็ได้
เธอรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาเล็กน้อย
เธอชอบฉินหยวนเจิ้ง แต่ดูจากท่าทีของเขาแล้ว เหมือนเขาจะมองเธอเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น
เฉียวหลานซูสวมเสื้อบุนวมกับกางเกงบุนวมที่พยาบาลเอามาให้ รวมทั้งถุงเท้าหนา ๆ เก็บข้าวของแล้วก็จัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาล
อาการหวัดของเธอดีขึ้นมากแล้ว เพียงแต่ยังมีน้ำมูกไหลอยู่ตลอด เสียงพูดจึงขึ้นจมูกไม่น้อย
เสื้อบุนวมกับกางเกงบุนวมใหญ่ไปหน่อย เธอจึงพับปลายขากางเกงกับแขนเสื้อขึ้นสองทบ จากนั้นถักผมยาวเป็นเปียสองข้างสีดำขลับเงางาม แล้วหิ้วห่อสัมภาระเดินออกจากโรงพยาบาล
ก่อนจากไป เธอยังกำชับพยาบาลเป็นพิเศษว่า “พี่คะ ถ้าผู้บัญชาการฉินมาหาฉัน ช่วยบอกเขาด้วยนะคะว่าฉันไปพักที่โรงแรมรับรองแล้ว”
พยาบาลยิ้มรับปาก
