ตอนเฉียวหลานซูยืนรอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์ รถยนต์คันหนึ่งก็ค่อย ๆ แล่นมาจอดตรงหน้าเธอ
เฉียวหลานซูเอาแต่ตั้งใจรอรถเมล์ จึงไม่ได้สนใจรถคันนั้น
เพราะในใจของเธอกำลังวุ่นวายสับสน ทั้งความคิดและสายตาล้วนมีแต่ฉินหยวนเจิ้ง เธอเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเขา และไม่รู้ว่าต่อจากนี้ควรทำอย่างไร
ขณะนั้นเอง ประตูรถที่จอดอยู่ตรงหน้าเธอก็เปิดออก กวนเหวินจวิ้นที่ไม่ได้เจอกันมานานก้าวลงมาจากรถ
กวนเหวินจวิ้นสวมเสื้อโค้ทสีดำ ผมยังคงหวีเสยไปด้านหลังเหมือนเดิม เขาลงจากรถแล้วพูดกับเฉียวหลานซูว่า “บังเอิญจริง ๆ คุณเสี่ยวเฉียว กำลังจะไปไหนหรือ?”
ช่วงนี้กวนเหวินจวิ้นค่อนข้างยุ่ง ตามปกติแล้วเวลานี้เขาน่าจะทำงานอยู่ที่คณะกรรมการปฏิวัติ
แต่เขาก็ได้รับข่าวว่าฉินหยวนเจิ้งบาดเจ็บเช่นกัน
เรื่องนี้ไม่ได้ปิดบังเอาไว้ หน่วยในเขตเหมือง รวมถึงหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องอีกหลายแห่งต่างก็รู้กันหมด
เมื่อคืนวานตอนกลางดึกเกิดเหตุขึ้นในเขตเหมือง อุโมงค์เหมืองถล่มลงมา คนจากหน่วยจึงไปช่วยเหลือ ส่วนฉินหยวนเจิ้งที่นำหน้าทุกคนก็ได้รับบาดเจ็บ
ตอนกวนเหวินจวิ้นได้ยินเรื่องนี้ เขายังพูดกับลูกน้องว่า “โธ่ ฉินหยวนเจิ้งบาดเจ็บได้ยังไงกัน? เขาไม่ตายใช่ไหม?”
ลูกน้องมองแววตาคาดหวังของกวนเหวินจวิ้น แล้วก็พบว่าคำถามนั้นฟังดูไม่เหมือนเป็นห่วงฉินหยวนเจิ้งเลย กลับเหมือนกำลังหวังให้เขาตายเสียมากกว่า
