เพราะมีคนสามคนแจ้งความหลิวเจิ้งซิง อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังค้นพบของเหล่านั้นในห้องของหลิวเหวยตงด้วย
หลิวเจิ้งซิงจึงถูกจับกุมทันที
แน่นอนว่าฉินหยวนเจิ้งไม่ได้ลงมือด้วยตัวเอง
ผู้ที่นำทีมคือหลินอวี้เฉิง เสนาธิการจากหน่วย พาคนจากสถานีตำรวจและคณะกรรมการปฏิวัติไปที่บ้านพร้อมกัน
เดิมทีกวนเหวินจวิ้นกำลังลำพองใจ เพราะสืบคดีของหลิวเหวยตงจนพบเบาะแส
เพราะเรื่องนี้นับว่าเขาสร้างผลงานได้
ใครจะคิดว่าอยู่ ๆ จะเกิดเรื่องเฉียวหลานซูกับคนอื่นถูกใส่ร้ายว่าค้ายาเสพติดขึ้นมา
พอกวนเหวินจวิ้นได้ยินว่าเฉียวหลานซูถูกพาตัวไปสถานีตำรวจด้วย เขาก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที จ้องรองผู้การตำรวจหลี่เจี้ยนหลินแล้วพูดว่า
“หลี่เจี้ยนหลิน ถ้านายทำหน้าที่รองผู้การตำรวจไม่ไหว ก็หลีกทางให้ฉันนั่งแทนเถอะ วัน ๆ นายทำอะไรอยู่บ้างเนี่ย น้องเฉียวเป็นเด็กดีขนาดนั้น แม้แต่โกหกยังไม่กล้า นายคิดว่าเธอจะแอบค้ายาเสพติดอย่างนั้นเหรอ”
หลี่เจี้ยนหลินรู้สึกว่าตัวเองถูกปรักปรำจริง ๆ “ผมก็รู้ว่าพวกเธอถูกใส่ร้าย แต่มีคนแจ้งความ แล้วบังเอิญยังค้นพบ ‘ของกลาง’ ติดตัวพวกเธออีกนี่ครับ”
กวนเหวินจวิ้นกัดฟันด่า “คนตระกูลหลิวนี่ไม่มีใครเป็นคนดีเลยจริง ๆ!”
เมื่อมาถึงหน้าแผนกบุคคลที่หลิวเจิ้งซิงทำงานอยู่ กวนเหวินจวิ้นมองทหารสองสามคนที่ตามมาข้าง ๆ แล้วถามนายทหารหลินว่า “เดี๋ยวพวกคุณจะจับเขา หรือให้ผมไปจับเอง”
นายทหารหลินเป็นทหาร ที่พวกเขามาด้วยกันครั้งนี้ก็เพราะมีครอบครัวทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง พวกเขาจึงต้องมาร่วมช่วยเหลือในการทำคดี และหากจำเป็นก็ต้องส่งตัวครอบครัวทหารกลับไปยังหน่วย
