จงเหมยจัดการเก็บกวาดบ้านเช่าจนเรียบร้อยตั้งแต่ตอนเลิกงานวันนี้แล้ว
ความฝันตั้งแต่เด็กของเธอคือการมีห้องที่เป็นของตัวเองสักห้อง
เมื่อก่อนเธอคิดว่าความฝันนี้จะเป็นจริงหลังจากแต่งงาน
แต่ภายหลังเธอกลับพบว่า ต่อให้แต่งงานแล้ว เธอก็ยังต้องนอนร่วมกับสามี คอยปรนนิบัติสามี แล้วก็ปรนนิบัติเด็ก พอเด็กโตขึ้น ไม่แน่ว่าเธออาจต้องปรนนิบัติหลานต่ออีก
ถ้าเดินตามรอยแม่ บางทีทั้งชีวิตเธออาจไม่มีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเองเลยก็ได้
จนถึงตอนนี้เธอได้เช่าบ้านแล้ว เมื่อมองห้องที่เก็บกวาดจนสะอาดสว่าง แล้วลูบพื้นเตียงเตาที่เรียบเสมอกัน ใบหน้าก็มีรอยยิ้ม
ห้องทั้งสองห้องจัดเก็บเรียบร้อยแล้ว กระจกเช็ดสะอาด ติดหนังสือพิมพ์แผ่นใหม่ไว้
เตียงเตาก็จัดการเรียบร้อย ปูกระดาษก้วยพี้ แล้วยังปูที่นอนบาง ๆ ทับอีกชั้น
ทั้งที่นอนและผ้าห่ม เฉียวหลานซูเป็นคนเตรียมให้ แน่นอนว่าค่าเช่าบ้านก็เป็นเฉียวหลานซูช่วยจ่ายให้เช่นกัน
เธอจดทุกอย่างลงสมุดไว้แล้ว พอวันหน้ามีเงินเก็บก็จะค่อย ๆ ใช้คืน
โต๊ะเก้าอี้ยังไม่ได้ซื้อ แต่ของพวกนี้ก็ไม่ได้สำคัญนัก
มีเตียงเตา มีเตาทำอาหาร มีผ้าห่มกับที่นอน เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
เธอตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปซื้อน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู ข้าว แป้ง น้ำมัน และของอื่น ๆ กลับมา
บ้านสองหลังที่อยู่ติดกัน เธอกับเฉียวหลานซูไปทำความรู้จักตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้ก็รู้จักกันดี อยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่น
เวลานี้ฟ้าใกล้มืดแล้ว จงเหมยจุดตะเกียงน้ำมัน ปูที่นอนบนเตียงเตา จากนั้นก็หยิบโหมวออกมาจากกระเป๋าหนึ่งชิ้นกิน
นี่คืออาหารเย็นของเธอวันนี้ เธอประหยัด ไม่อยากเสียเงินซื้อกับข้าวมาก จึงตัดสินใจกินแค่โหมวชิ้นเดียว
ตอนนี้เฉียวหลานซูกับฉินหยวนเจิ้งก็มาด้วยกัน
ฉินหยวนเจิ้งขับรถตามทางที่เฉียวหลานซูบอก จนมาถึงลานบ้าน
เขามองสำรวจบริเวณหน้าประตูทางเข้าลานบ้าน ก่อนพูดกับเฉียวหลานซูว่า “ลานบ้านรวมหลายครอบครัวแห่งนี้ก็ไม่เลว แถวนี้มีแต่คนงานจากโรงงานผลิตอาหารกับโรงงานทอผ้า อันตรายน้อย แล้วก็มั่นคงดี”
