หวางเสวี่ยแวะมาที่ร้านสหกรณ์การค้าทุกวัน เพื่อดูว่ามีอะไรที่ซื้อได้โดยไม่ต้องใช้บัตรบ้าง หรือถ้ามีเนื้อหรือผลไม้มาวางขาย ก็จะซื้อกลับบ้านสักหน่อย
แม้ที่บ้านจะตุนผักไว้กินในฤดูหนาวแล้ว แต่ก็มีแค่กะหล่ำปลี มันฝรั่ง หัวไชเท้าอะไรพวกนี้ กินทุกวันก็อยากเปลี่ยนรสชาติบ้าง อีกอย่างอาหารพวกนี้ก็ไม่มีมันเนื้อ
ทางร้านสหกรณ์การค้ามีไขมันแกะหรือเครื่องในแกะมาขายเป็นครั้งคราว บางทีก็ซื้อไขมันหมูได้ แต่ของมีไม่มาก แถมยังจำกัดจำนวนซื้ออีก
บ้านไหนมีเด็กก็ต้องคอยจับตาเรื่องนี้ เพราะผู้ใหญ่ไม่กินก็ได้ แต่เด็กไม่กินไม่ได้
ผู้ชายเมื่อครู่นั้นเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย หวางเสวี่ยไม่ได้สนใจผู้ชายที่มีแผลเป็นบนใบหน้าคนนั้นเลย
เธอดึงเฉียวหลานซูเดินไปที่เคาน์เตอร์ขายเนื้อ “รีบไปกันเถอะ ไปช้าเดี๋ยวก็หมด”
พวกเธอมาไม่เช้าแล้ว ถ้าเครื่องในแกะไม่ได้จำกัดจำนวนซื้อ พวกเธอคงซื้อไม่ทันด้วยซ้ำ
หวางเสวี่ยกับเฉียวหลานซูซื้อกันคนละหนึ่งชั่ง
เฉียวหลานซูทำซุปเครื่องในแกะไม่เป็น แต่ฉินหยวนเจิ้งน่าจะทำเป็น
ที่บ้านยังมีโหมวแป้งเหลืองกับโหมวธัญพืชหยาบ เฉียวหลานซูคิดว่าไม่มีอะไรต้องซื้อแล้ว
แต่เธอยังมีบัตรเนื้อมูลค่าหนึ่งหยวน จึงเอาไปซื้อไขมันแกะ ตั้งใจกลับไปเจียวเอาน้ำมันแกะเก็บไว้ ใช้ผัดกับข้าวในวันปกติ อย่างน้อยก็มีมันเนื้อบ้าง กินแล้วจะได้อิ่มท้อง
คนแถวนี้ยังชอบดื่มน้ำชาใส่ไขมัน ซึ่งทำจากไขมันแกะผัดกับแป้ง แค่ชงด้วยน้ำเดือดก็รับประทานได้แล้ว เฉียวหลานซูไม่รู้ว่าต้องผัดอย่างไร อีกทั้งยังไม่ชอบกินด้วย กลับไปค่อยถามฉินหยวนเจิ้งว่าเขาอยากทำอย่างไร อาหารทางภาคเหนือแบบนี้ เฉียวหลานซูไม่ถนัดเลย
เธอคิดอยู่ตั้งนานว่าจะทำอะไรกินดี แต่สุดท้ายก็คิดไม่ออก จึงเลิกคิดไป
กลับบ้านแล้วให้พี่เจิ้งทำอาหารก็เรียบร้อย
หลังซื้อของเสร็จ หัวหน้าพลตระเวนหยางก็เดินออกมาส่งพวกเธอสองคน หวางเสวี่ยจึงแยกทางกับเฉียวหลานซู
เสี่ยวหยางเดินไปส่งเฉียวหลานซูทางหมู่บ้านหลังของกองทหาร
เดินไปได้ไม่นาน เฉียวหลานซูก็หันกลับไปมองข้างหลัง แล้วก็เห็นฉู่เหลียงจวินอีกจนได้
ฉู่เหลียงจวินกล้าจริง ๆ
