เดิมทีฉินหยวนเจิ้งคิดว่าจะอยู่เป็นเพื่อนเฉียวหลานซูต่ออีกสักพัก
แต่ทางหน่วยยังมีเรื่องที่ต้องให้เขาไปจัดการจริง ๆ
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นกรมอิสระ ไม่มีผู้การคอยกำกับดูแลอยู่เบื้องบน ทุกเรื่องเขาจึงต้องลงมือจัดการด้วยตัวเอง จะผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้
ครั้นอยู่เป็นเพื่อนเฉียวหลานซูที่โรงงานผลิตอาหารได้สักพัก เขาก็เตรียมตัวกลับ
เพียงแต่ในใจยังอาลัยอาวรณ์ ไม่ทันไรก็ต้องมองท้องของเฉียวหลานซูอยู่หลายครั้ง
กลัวว่าพอเขาไม่อยู่แล้ว เฉียวหลานซูจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
เขาสังเกตงานของเฉียวหลานซูอยู่ครู่หนึ่ง
จริง ๆ แล้ว งานพนักงานเก็บของในคลังเป็นงานที่สบายมาก
เวลามีคนมารับของ เฉียวหลานซูก็หยิบกุญแจไปเปิดประตูให้พวกเขา
จากนั้นก็แค่ยืนรออยู่ตรงหน้าประตู พออีกฝ่ายขนของไปแล้ว เธอก็หยิบใบส่งของมาตรวจสอบสินค้า จากนั้นล็อกประตูแล้วกลับมาได้เลย
ฉินหยวนเจิ้งพอใจกับงานของเฉียวหลานซูเป็นอย่างมาก
พอเฉียวหลานซูกลับมา เขาก็กระซิบว่า “เมีย ผมต้องไปประชุมที่เขตเหมืองแล้ว”
วันนี้เขาเสียเวลาไปเกือบครึ่งเช้าแล้ว ถ้ายังยืดเยื้อต่อไป เขากลัวว่าตอนเย็นจะเลิกงานไม่ตรงเวลา
เขายังอยากกลับบ้านเร็ว ๆ เพื่อทำอาหารให้เมียกินด้วย
เฉียวหลานซูพยักหน้า มองฉินหยวนเจิ้งอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง ก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “งั้นระหว่างทางก็ระวังตัวด้วยนะ”
ฉินหยวนเจิ้งพยักหน้า เขามองเฉียวหลานซู คล้ายอยากพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก
เฉียวหลานซูผลักเขาเบา ๆ “รีบไปเถอะ ขืนชักช้าอีก เดี๋ยวก็ได้เวลากินข้าวกลางวันแล้ว”
ฉินหยวนเจิ้ง “...”
ฉินหยวนเจิ้งถึงได้เดินออกมาอย่างอาลัยอาวรณ์ ก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมามองทีหนึ่ง
แต่หลังจากออกมาจากคลังสินค้าแล้ว ฉินหยวนเจิ้งกลับไม่ได้ออกจากโรงงานผลิตอาหารเพื่อรีบกลับไปทำงานที่เขตเหมืองทันที
